วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนแช่ออนเซ็น-ข้าวแช่น้ำแร่ ศูนย์ข้าวลำปาง ปั้น กข83 อัปราคา 2 เท่า

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง ยกระดับข้าวพันธุ์ กข83 สู่ “ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน” ข้าวอินทรีย์อัตลักษณ์พื้นถิ่น ชูจุดเด่น ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ ดันสารแอนโทไซยานินสูง 5.7 เท่า อัปราคาพุ่ง 2 เท่า เตรียมดันขึ้นทะเบียน GI

KEY POINTS

  • ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปางส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ กข83 โดยใช้น้ำแร่จากน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ
  • การสร้างอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นทำให้ "ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน" สามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงกว่าข้าวเหนียวทั่วไปถึง 2 เท่า
  • ผลวิเคราะห์พบว่าข้าวที่ปลูกด้วยวิธีนี้มีสารแอนโทไซยานินสูงกว่าปกติ 5.77 เท่า ตอบโจทย์ตลาดกลุ่มผู้รักสุขภาพ

การปรับตัวของภาคเกษตรไทยจากการปลูกพืชโภคภัณฑ์ดั้งเดิม สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย “อัตลักษณ์เชิงพื้นที่” (Terroir) ถือเป็นทางรอดสำคัญของเกษตรกรยุคใหม่ การดึงความโดดเด่นทางธรณีวิทยาอย่างน้ำพุร้อนธรรมชาติ มาผสานกับองค์ความรู้ด้านข้าวอินทรีย์และเทคโนโลยีการจัดการน้ำ จึงไม่เพียงแต่สร้างผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ Niche Market แต่ยังเป็นต้นแบบการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน 

  • ข้าวแช่น้ำแร่ ดึงน้ำพุร้อนสร้างสารอาหารพุ่ง 5.7 เท่า

 

นางสาวปิยวรรณ มาตราช ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง กรมการข้าว เปิดเผยถึงความสำเร็จในการส่งเสริม “ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน” (ข้าวพันธุ์ กข83) ในพื้นที่อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ซึ่งใช้แหล่งน้ำจากลำน้ำมอญที่ไหลผ่านพื้นที่น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ส่งผลให้เมล็ดข้าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งวิตามินบี 1 แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี

คนแช่ออนเซ็น-ข้าวแช่น้ำแร่ ศูนย์ข้าวลำปาง ปั้น กข83 อัปราคา 2 เท่า คนแช่ออนเซ็น-ข้าวแช่น้ำแร่ ศูนย์ข้าวลำปาง ปั้น กข83 อัปราคา 2 เท่า

ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบพบว่า ข้าว กข83 ที่ปลูกในพื้นที่สายน้ำแร่แจ้ซ้อนมีสารแอนโทไซยานินสูงกว่าการปลูกนอกพื้นที่ถึง 5.77 เท่า และได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ไทย (Organic Thailand) ส่งผลให้สามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งสูงเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับราคาข้าวเหนียวทั่วไปในพื้นที่ (10.70 - 11.70 บาท/กก.) สร้างรายได้รวมให้แก่กลุ่มเกษตรกรนำร่องกว่า 408,840 บาทต่อปี

“ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อนเป็นข้าวสีที่ต้านทานโรคไหม้และโรคหลาวได้ดี ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง เกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้ ช่วยลดต้นทุนอย่างยั่งยืนและตอบโจทย์ตลาด Niche Market กลุ่มรักสุขภาพได้อย่างตรงจุด” — นางสาวปิยวรรณ มาตราช 

  • บูรณาการพันธมิตร ยกระดับเทคโนโลยี-เชื่อมโยงตลาด MOU

การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวนำโดย กรมการข้าว บูรณาการร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, กรมส่งเสริมสหกรณ์, กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมการเกษตร โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปางได้เข้าไปถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวอินทรีย์ เทคโนโลยีการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้สารชีวภัณฑ์ ตลอดจนการสร้างระบบควบคุมภายในกลุ่ม (ICS)

คนแช่ออนเซ็น-ข้าวแช่น้ำแร่ ศูนย์ข้าวลำปาง ปั้น กข83 อัปราคา 2 เท่า คนแช่ออนเซ็น-ข้าวแช่น้ำแร่ ศูนย์ข้าวลำปาง ปั้น กข83 อัปราคา 2 เท่า

ด้านการตลาด กลุ่มเกษตรกรได้ทำสัญญาข้อตกลงซื้อขาย (MOU) ร่วมกับ สหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด อย่างต่อเนื่อง โดยในปีการผลิต 2568/69 มีปริมาณการรับซื้อรวม 20,442 กิโลกรัม บนพื้นที่ปลูกนำร่อง 38 ไร่ (เกษตรกร 13 ราย) 

  • กางแผนขยายพื้นที่อินทรีย์ เตรียมยื่นขอขึ้นทะเบียน GI ลำปาง

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง วางเป้าหมายขยายพื้นที่การผลิตข้าวอินทรีย์เพิ่มเติมอีก 2 กลุ่ม (เกษตรกร 18 ราย พื้นที่ 37.75 ไร่) เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังกับหน่วยงานภายในจังหวัดลำปาง จัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์อัตลักษณ์ลำปาง เพื่อเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศต่อไป

คนแช่ออนเซ็น-ข้าวแช่น้ำแร่ ศูนย์ข้าวลำปาง ปั้น กข83 อัปราคา 2 เท่า คนแช่ออนเซ็น-ข้าวแช่น้ำแร่ ศูนย์ข้าวลำปาง ปั้น กข83 อัปราคา 2 เท่า

โมเดล “ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน” สะท้อนถึงชั้นเชิงการทำเกษตรมูลค่าสูงที่เปลี่ยนจุดเด่นทางธรรมชาติให้กลายเป็นนวัตกรรมสินค้าพรีเมียม การผสานเทคโนโลยีการปลูกพืชเข้ากับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และการสร้างหลักประกันด้านราคา ผ่านระบบสหกรณ์ จะเป็นเข็มทิศสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้หลุดพ้นจากกับดักราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรม