สสว. จับมือ ม.อ. คล้องแขนพันธมิตรยักษ์ใหญ่ Alibaba และ DigiLink เปิดตัวโครงการ Thai SMEs New Opportunity Gateways ปักหมุดเส้นทางแรกที่ 4 เมืองเศรษฐกิจจีน หางโจว กวางโจว ฉงชิ่ง และเซินเจิ้น
KEY POINTS
- สสว. ร่วมกับพันธมิตรคัดเลือกผู้ประกอบการ SME ไทย 700 ราย เพื่อเข้าร่วมโครงการขยายตลาดสู่ประเทศจีน
- จัดกิจกรรม Roadshow และเจรจาจับคู่ธุรกิจใน 4 เมืองเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ของจีน ได้แก่ หางโจว, กวางโจว, ฉงชิ่ง และเซินเจิ้น
- กำหนดการเดินทางเพื่อจัดแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในประเทศจีนจะมีขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569
การขยายตลาดต่างประเทศไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือ “ทางรอด” ของผู้ประกอบการไทยในยุคที่การค้าโลกผันผวน การผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเปิดประตูการค้าเชิงรุกใน 4 เมืองยุทธศาสตร์ของจีน จึงเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่จะยกระดับแบรนด์ไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน
- เปิดเส้นทางรุกตลาดต่างประเทศ ดึงยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซเสริมทัพ
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ขับเคลื่อนโครงการ “Thai SMEs New Opportunity Gateways” สร้างโอกาสใหม่ เชื่อม SME ไทยสู่ตลาดโลก มุ่งขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งในเอเชีย อาเซียน ตะวันออกกลาง และยุโรป พร้อมเปิดเส้นทางการค้าใน 4 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ หางโจว กวางโจว ฉงชิ่ง และเซินเจิ้น เพื่อผลักดันศักยภาพสินค้าไทยสู่เวทีโลก
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ บริษัท ดิจิลิ้งก์ (ประเทศไทย) จำกัด และ Alibaba Group กลุ่มเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดผลกระทบจากความผันผวนของนโยบายการค้าโลก และสร้างกลไกสนับสนุนจากภาครัฐในการยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม
“สสว. มุ่งหวังที่จะเปิดประตูโอกาสใหม่ให้ SME ไทยได้เข้าถึงคู่ค้าและผู้ซื้อรายสำคัญในประเทศจีนอย่างตรงจุด ผ่านระบบนิเวศการค้าที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนจากพันธมิตรระดับสากล” — ดร.ปณิตา ชินวัตร
- เจาะลึก 4 เมืองยุทธศาสตร์จีน ปักหมุดสินค้าให้ถูกที่
โครงการได้วางกลยุทธ์การตลาดแบ่งตามศักยภาพและความเชี่ยวชาญของแต่ละเมือง เพื่อให้ตอบโจทย์อุปสงค์ในพื้นที่ ได้แก่
หางโจว (Hangzhou) เน้นกลุ่มความงาม-เวลเนส, อาหารเสริม-ฟังก์ชัน, สินค้าสัตว์เลี้ยง และกลุ่มคอนเทนต์สร้างสรรค์ (T-POP / ซีรีส์ / KOL / IP) (คัดเลือก 150 กิจการเข้าร่วมงาน และ 55 กิจการร่วมจัดแสดง)
กวางโจว (Guangzhou) เจาะกลุ่มอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ขนมไทย วัตถุดิบปรุงอาหาร ผลิตภัณฑ์สปา สมุนไพร และซูเปอร์ฟู้ด (คัดเลือก 150 กิจการเข้าร่วมงาน และ 55 กิจการร่วมจัดแสดง)
ฉงชิ่ง (Chongqing) มุ่งเน้นตลาดผู้สูงวัย สินค้าเชิงวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์เพื่อการผ่อนคลาย อโรมา สปา และชาสมุนไพร (คัดเลือก 100 กิจการเข้าร่วมงาน และ 50 กิจการร่วมจัดแสดง)
เซินเจิ้น (Shenzhen) ลุยตลาดแฟชั่น เครื่องประดับ เทคโนโลยี นวัตกรรมซอฟต์แวร์ AI เกม ดิจิทัลคอนเทนต์ และไลฟ์สไตล์เทค (คัดเลือก 150 กิจการเข้าร่วมงาน และ 40 กิจการร่วมจัดแสดง)
- กางไทม์ไลน์ 3 ระยะ ดัน 700 SME ลุย Roadshow พ.ย.-ธ.ค. นี้
โครงการตั้งเป้าสนับสนุน SME ไทยไม่น้อยกว่า 700 กิจการ (แบ่งเป็น Onsite ร่วมเดินทาง 550 กิจการ และ Showcase นำสินค้าไปจัดแสดง 150 กิจการ) ผ่านการดำเนินงาน 3 ระยะ
ระยะที่ 1 (1–26 ต.ค. 2569) เปิดรับสมัครผู้ประกอบการทั่วประเทศผ่านระบบออนไลน์
ระยะที่ 2 (30–31 ต.ค. 2569) ประกาศผลและจัดแคมป์อบรมเชิงปฏิบัติการขั้นสูง (2 วัน 1 คืน)
ระยะที่ 3 (พ.ย.–ธ.ค. 2569) เดินทางเข้าร่วมกิจกรรม B2B Fair, Roadshow และเจรจาจับคู่ธุรกิจ ณ ประเทศจีน
เกณฑ์การคัดเลือกพิจารณาจากความพร้อมของนิติบุคคล มาตรฐานสินค้าสอดคล้องกับกฎระเบียบจีน และความเป็นนวัตกรรมในกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง
โครงการ Thai SMEs New Opportunity Gateways ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านบทบาทของภาครัฐจากการส่งเสริมแบบดั้งเดิม สู่การเป็น “ผู้เปิดประตูและสร้างสะพานการค้าดิจิทัล” การผสานจุดแข็งระหว่างนวัตกรรมสินค้าไทย ความเชี่ยวชาญของภาคการศึกษา และแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Alibaba จะเป็นสปริงบอร์ดให้ SME ไทยสามารถขยายปีกทางธุรกิจ และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศท่ามกลางความท้าทายใหม่ได้อย่างมั่นคง





