วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ‘ เปิดตัว 'Bangkok Blueprint' ดึงนานาชาติสกัดภัยไซเบอร์การเงิน

‘เอกนิติ‘  เปิดตัว "Bangkok Blueprint" บนเวที IMF World bank สกัดภัยการเงินไซเบอร์ข้ามชาติ ชี้ความเสียหายทั่วโลกพุ่ง 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี การแก้ปัญหาต้องข้ามพรมแดน เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับโลกการเงิน 

KEY POINTS

  • รองนายกฯเอกนิติ ร่วมเปิดตัว "Bangkok Blueprint" ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์ระดับโลกเพื่อผนึกกำลังนานาชาติในการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ทางการเงินข้ามชาติ
  • ปัญหาการฉ้อโกงทางดิจิทัลได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทำให้ไม่มีประเทศใดสามารถจัดการปัญหานี้ได้เพียงลำพัง
  • แผนปฏิบัติการนี้มีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ การจัดการแบบองค์รวม, การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และการนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัล
  • ประเทศไทยได้ริเริ่มโครงการ "Connect the Dot" เพื่อรวบรวมข้อมูลการฉ้อโกงจากหน่วยงานต่างๆ ไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้สามารถมองเห็นรูปแบบและตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วันนี้ (14 ต.ค.) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (WBG) จับมือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดตัว "แผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ" (Bangkok Blueprint) กรอบยุทธศาสตร์ระดับโลก 5 เสาหลัก และ 12 ข้อพิจารณา เพื่อผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน และข้ามพรมแดน ป้องกัน ตรวจจับ และอายัดเส้นทางเงินแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หวังปกป้องความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัลทั่วโลก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการเปิดตัว "Bangkok Blueprint“ ว่าในปัจจุบันรูปแบบการฉ้อโกงทางการเงินได้พัฒนาและซับซ้อนขึ้นอย่างมาก ปัญหาว่านี่ไม่ใช่ความท้าทายใหม่ แต่มีการพัฒนามาจากอีเมลลูกโซ่ในช่วงต้นยุค 2000 มาสู่การใช้ AI เพื่อสร้างเนื้อหาปลอม (Deepfake) 

ในปัจจุบัน การหลอกลวงและการฉ้อโกงทางดิจิทัลได้กลายเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็น3% ของ GDP โลก

“ปัญหานี้ถือเป็นปัญหาข้ามชาติที่ควรได้รับการตอบสนองเพื่อแก้ปัญหาจากผู้ที่เต็มใจจะร่วมกันก้าวข้ามพรมแดนเหล่านั้น เหยื่ออาจอยู่ในประเทศหนึ่ง มิจฉาชีพอาจปฏิบัติการจากอีกประเทศหนึ่ง และเงินถูกโอนถ่ายผ่านประเทศที่สาม ในขณะที่การรับมือของเรายังคงจำกัดอยู่ในระดับประเทศและมีการประสานงานที่จำกัด มิจฉาชีพจึงใช้ประโยชน์จากช่องว่างเหล่านี้ นั่นคือเหตุผลที่ไม่มีประเทศใดสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้เพียงลำพัง“นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้เพื่อยกระดับการรับมือกับปัญหานี้ ประเทศจึงได้มีการนำเสนอ "Bangkok Blueprint" ซึ่งเป็นแนวทางเชิงนโยบายเพื่อสร้างความไว้วางใจในบริการทางการเงินดิจิทัล โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1.การจัดการแบบองค์รวม (Whole-system approach) โดยการหลอกลวงมักเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลและเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารรวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคม ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมมือกันป้องกันและช่วยเหลือเหยื่อในการกู้คืนเงิน

2.การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ: แนวทางนี้มุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเสริมสร้างระบบภายในประเทศให้เข้มแข็ง และสามารถจัดการกับปฏิบัติการข้ามพรมแดนของมิจฉาชีพได้

3.การนำไปปฏิบัติและปรับใช้ได้จริง: เนื่องจากกฎหมายและศักยภาพของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน แนวทางนี้จึงมีความยืดหยุ่น และสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงให้องค์กรกำหนดมาตรฐานสากลนำไปใช้ต่อได้

  • ต่อยอด Connect the Dot 

ทั้งนี้ในการจัดทำเอกสาร "Bangkok Blueprint in Action" ได้รวบรวมประสบการณ์เชิงปฏิบัติจากประเทศไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อระบุความท้าทายและบทเรียนจากการนำนโยบายไปใช้จริง สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการริเริ่มโครงการ "Connect the Dot" ซึ่งเป็นการนำข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกงจากหน่วยงานต่างๆ มารวมไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้สามารถมองเห็นรูปแบบของการหลอกลวงและตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 "เราต้องการให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัล สิ่งนี้มีความสำคัญต่อการเข้าถึงบริการทางการเงิน และเพื่อรักษาความไว้วางใจในระบบการเงิน... การฉ้อโกงไม่มีพรมแดน ดังนั้นการตอบสนองของเราก็ควรข้ามพรมแดนเช่นเดียวกัน" นายเอกนิติ กล่าว