วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ เปิดนิทรรศการ 'พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า' งาน IMF-World Bank 2026 เชิดชูเศรษฐกิจพอเพียง

นายกฯ เปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า” ในงาน IMF-World Bank 2026 ชูปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เสริมพลังประชาชน-สร้างภูมิคุ้มกัน รับมือความเปลี่ยนแปลง สู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ย้ำพระราชดำริเป็นแนวทางพัฒนาประเทศที่มุ่งประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและสังคม พร้อมรับมือความไม่แน่นอนของโลก

วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เวลา 17.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า : เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง” (The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. นาย Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก นาง Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม

นายกฯ เปิดนิทรรศการ 'พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า' งาน IMF-World Bank 2026 เชิดชูเศรษฐกิจพอเพียง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หัวข้อ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ของการประชุมประจำปีในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และเสริมสร้างความสามารถของสังคมในการรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำหรับประเทศไทย แนวคิดดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำริและพระราชจริยวัตรของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาได้สะท้อนหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันต่อความเปลี่ยนแปลง บนพื้นฐานของความรู้และคุณธรรม ซึ่งยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาในปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรงแสดงให้เห็นว่า ความก้าวหน้าไม่ควรวัดเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ควรครอบคลุมถึงความเข้มแข็งของชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม และความสามารถของประชาชนในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต โดยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังคงเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อการส่งเสริมการพัฒนาที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน

โดยนิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาสที่ประเทศไทยกำลังเตรียมเข้าสู่ปีครบรอบ 100 ปีแห่งวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปี 2570 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจ พร้อมชวนให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสะท้อนว่าแนวพระราชดำริสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายในปัจจุบันได้อย่างไร โดยภายใน Royal Pavilion จะนำเสนอพระราชดำริและโครงการพัฒนาที่เปลี่ยนหลักการดังกล่าวให้เป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า นิทรรศการจะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีความเข้มแข็งสำหรับทุกคน

อนึ่ง การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งสำคัญ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศ กว่า 15,000 คน ทั้งผู้กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจและการเงิน ผู้บริหารสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วโลก

ขณะที่การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า” ภายในงาน เป็นการนำเสนอพระราชดำริและแนวทางการพัฒนาของไทยแก่ผู้เข้าร่วมงานจากนานาประเทศ สะท้อนแนวคิดการสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและสังคม สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน