นายกฯ “อนุทิน” หารือ “คิชิดะ” อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น ย้ำมาตรการภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้า ดูแลฐานการผลิตรถยนต์ในไทย ชวนญี่ปุ่นดึงไทยเข้าห่วงโซ่การผลิต EV พร้อมต่อยอดความร่วมมืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมสร้างความยั่งยืนทางพลังงานร่วมกัน
KEY POINTS
- นายกฯ อนุทิน หารือกับอดีตนายกฯ ญี่ปุ่น 'คิชิดะ' เพื่อกระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานยนต์
- รัฐบาลรับฟังข้อกังวลของค่ายรถญี่ปุ่นเกี่ยวกับผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อการผลิตในประเทศ
- นายกฯ ยืนยันความพร้อมใช้มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิต EV ในไทย
- ไทยเชิญชวนให้ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ EV เพื่อรักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน
ไทย-ญี่ปุ่น เดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการรักษาฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นายกรัฐมนตรี รับฟังข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์ EV ต่อการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ พร้อมชี้แจงมาตรการภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ EV นำเข้า และย้ำความสำคัญของการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ EV ในประเทศไทย โดยเชิญชวนบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ EV เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
วันนี้ (วันที่ 12 ตุลาคม 2569) เวลา 10.30 น. ณ ห้องรับรองชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับและหารือกับนายคิชิดะ ฟูมิโอะ (Mr. Kishida Fumio) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party: LDP) เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดฮิโรชิมา และอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในโอกาสเยือนประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น
ทั้งสองฝ่ายยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างราชวงศ์ไทยและราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยนายคิชิดะกล่าวถึงการเสด็จเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศในทุกระดับ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโอกาสที่ได้พบกับมกุฎราชกุมารญี่ปุ่น ในระหว่างการเดินทางไปร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ในปี 2570 จะเป็นโอกาสครบรอบ 140 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ โดยไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนญี่ปุ่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค
ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการรักษาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมรับฟังข้อกังวลเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงมาตรการภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ EV นำเข้า และยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ EV ภายในประเทศ ควบคู่กับการดูแลฐานการผลิตรถยนต์เดิมและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นให้พิจารณาใช้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ EV ของบริษัทญี่ปุ่น เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีมาอย่างยาวนาน ตลอดจนส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะช่วยรักษาฐานการผลิตและการจ้างงานในประเทศไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว
ด้านความร่วมมือด้านพลังงานและความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยฝ่ายญี่ปุ่นแสดงความพร้อมในการสนับสนุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
นายกฯ ยังได้กล่าวถึงการเดินทางแวะเยือนประเทศญี่ปุ่น ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยได้พบปะกับทีมประเทศไทย (Team Thailand) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง





