นายกฯ หารือ Temasek Trust ผนึกพลังภาครัฐ–เอกชน–ภาคการกุศล ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสาธารณสุข มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำเป็นต้องสร้างสมดุล
KEY POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล หารือกับผู้บริหาร Temasek Trust เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการระดมทุนเพื่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นด้านพลังงานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- มีการหารือถึงแนวทางการลงทุนในเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อเป็นทางเลือกในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Centre) กับการบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ
รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือกับ Temasek Trust เพื่อระดมทรัพยากรและเงินทุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศล สนับสนุนนวัตกรรมและโครงการพัฒนาที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง โดยมุ่งเน้นด้านพลังงานสะอาด ความมั่นคงทางพลังงาน การเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดอุบัติใหม่ และการพัฒนาระบบสาธารณสุข
เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพลังงานและบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุนอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยและภูมิภาคอาเซียน
วันนี้ (12 ต.ค.) เวลา 09.20 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นาย Desmond Kuek ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Temasek Trust เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการระดมทุนเพื่อสังคม (Philanthropy) และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศล เพื่อสนับสนุนโครงการนำร่องและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาในวงกว้าง
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหาร Temasek Trust เกี่ยวกับบทบาทของการระดมทุนเพื่อสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยเห็นว่าไทยมีโอกาสพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนโครงการที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน นอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าหรือการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั้งนี้ Temasek Trust แสดงความสนใจร่วมมือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจไทยในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางสังคมและสามารถขยายผลได้ในอนาคต
ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และศักยภาพของเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
ทั้งการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่มาใช้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การจัดการกากจากกระบวนการผลิตพลังงาน ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและการยอมรับของประชาชน ผ่านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและการสื่อสารอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงแนวคิดการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพและจุดแข็งของแต่ละประเทศ ทั้งพื้นที่และศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนของไทย ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของมาเลเซีย ตลอดจนเงินทุนและศักยภาพด้านการลงทุนของสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Centre) และโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
โดยภาคเอกชนควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและใช้พลังงานอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและประโยชน์ของสังคมโดยรวม
ด้านสาธารณสุข ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดอุบัติใหม่ การพัฒนาระบบตรวจวินิจฉัยและเฝ้าระวังโรค รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศในภูมิภาคในการรับมือวิกฤตด้านสุขภาพ โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านการเงินและระบบบริการสาธารณสุข เพื่อลดผลกระทบและภาระต่อระบบสุขภาพเมื่อเกิดวิกฤต พร้อมสนับสนุนการปรับแนวทางการดูแลสุขภาพจากการมุ่งรักษาโรคไปสู่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีและสามารถพึ่งพาตนเองได้ยาวนานยิ่งขึ้น
ผู้บริหาร Temasek Trust กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานขององค์กรที่มุ่งพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของภาคส่วนต่าง ๆ ผ่านการสนับสนุนนวัตกรรมและโครงการนำร่องร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน โดยโครงการที่ประสบผลสำเร็จสามารถถ่ายทอดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขยายผลในระดับประเทศหรือภูมิภาค พร้อมเห็นว่า ความท้าทายด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เป็นประเด็นร่วมที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ ผู้บริหาร Temasek Trust ได้ฝากความปรารถนาดีจากนาง Ho Ching ประธาน Temasek Trust และนาย Lee Hsien Loong อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ พร้อมแสดงความยินดีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) IMF–World Bank รวมถึงกล่าวถึงความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารโลกในการพัฒนากลไกเชื่อมโยงเงินทุนเพื่อสังคมกับแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนา เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดรับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Temasek Trust และพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางรับมือกับความท้าทายที่แต่ละประเทศกำลังเผชิญ
“โดยเห็นว่าไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้เพียงลำพัง การเรียนรู้และร่วมกันลงมือปฏิบัติจะช่วยสร้างแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม นำไปสู่ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อประชาชนในภูมิภาค” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว





