วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 68 สะพัด 1.8 ล้านล้านบาท Google ชี้ 'อีคอมเมิร์ซ' แรงขับเคลื่อนหลัก

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 68 สะพัด 1.8 ล้านล้านบาท Google ชี้ 'อีคอมเมิร์ซ' แรงขับเคลื่อนหลัก

แม้จะมีอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาค การบริโภคภายในประเทศซบเซา ภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังคงเติบโตได้ดี

รายงาน e-Conomy SEA Report : From Digital Decade to AI Reality: Accelerating the future in ASEAN โดย กูเกิล เทมาเส็ก และ เบนแอนด์คอมพานี ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังคงใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คาดว่ามูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV) จะสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 เติบโตขึ้น 16% จาก 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.58 ล้านล้านบาท) ในปี 2567 โดยมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 68 สะพัด 1.8 ล้านล้านบาท Google ชี้ 'อีคอมเมิร์ซ' แรงขับเคลื่อนหลัก

'อีคอมเมิร์ซ' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ราฟาเอล ซิสโลว์สกี ผู้จัดการ กูเกิล ประเทศไทย เผยว่า อีคอมเมิร์ซยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และมีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคที่ 22% จากปีที่ผ่านมา คาดว่ามูลค่าจะแตะ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2568

ปัจจัยสำคัญของการเติบโตนี้คือ "วิดีโอคอมเมิร์ซ" ที่กำลังเฟื่องฟู โดยพบว่ามีผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอมากถึง 850,000 ราย ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 175% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดที่มีจำนวนผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้   

ปัจจุบัน ไทยเป็นตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค ด้วยปริมาณธุรกรรมที่สูงถึง 1.3 พันล้านครั้ง โดยมีปัจจัยหนุนหลักของการเติบโตนี้คือกลุ่มสินค้าที่ได้รับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคสูง เช่น สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 21% ของมูลค่าสินค้ารวมของวิดีโอคอมเมิร์ซ

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังเปิดช่องทางใหม่ๆ ให้กับผู้ขาย แพลตฟอร์ม และแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ได้เห็นด้วยว่ามีการผสานรวมระหว่างการขายสินค้าและการทำคอนเทนต์ที่ชัดเจน โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งภาคส่วนอื่นๆ ก็กำลังได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตนี้ด้วย

เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งแม้จะเผชิญกับความท้าทายจากหลายด้าน โดยมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ทั้งไทยยังเป็นตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 68 สะพัด 1.8 ล้านล้านบาท Google ชี้ 'อีคอมเมิร์ซ' แรงขับเคลื่อนหลัก

'ท่องเที่ยวออนไลน์' ยังโต แม้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

กูเกิลระบุว่า การท่องเที่ยวออนไลน์คาดว่าจะโตขึ้น 6% และมูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวช้า แต่ไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงและขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายขึ้นนอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งรวมถึงการขยายโครงการยกเว้นวีซ่าให้ครอบคลุม 93 ประเทศโดยอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 60 วัน เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตนี้โดยตรงเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังคงเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลกโดยเน้นบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับสากล และเดินหน้าเผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกสู่สายตาชาวโลก

นอกเหนือจากอีคอมเมิร์ซและการท่องเที่ยวออนไลน์แล้ว ภาคธุรกิจหลักอื่นๆ ก็มีแนวโน้มการเติบโตในเชิงบวกด้วยเช่นกัน

บริการด้านการเงินดิจิทัล (Digital Financial Services หรือ DFS) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งทางดิจิทัล (Digital Wealth) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโต 29% และมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Assets under management หรือ AUM) แตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ขณะที่ บริการสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending) คาดว่าจะมียอดสินเชื่อคงค้าง (Loan Book Balance) สูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโต 21% ด้านการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payments) คาดว่าจะมูลค่าธุรกรรมรวม (Gross Transaction Value หรือ GTV) สูงถึง 1.63 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2568 โตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ยังจะมีการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเงินดิจิทัล โดยคาดว่าจะมีธนาคารดิจิทัล 3 แห่งได้รับอนุมัติใบอนุญาตให้เริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินและธุรกิจ ขนาดเล็ก ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อก็ได้ปรับลดลงตามความต้องการสินเชื่อที่ลดลง และยังมีการเพิ่มความเข้มงวดของกฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบเพื่อให้การปล่อยสินเชื่อเป็นธรรมยิ่งขึ้น 

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 68 สะพัด 1.8 ล้านล้านบาท Google ชี้ 'อีคอมเมิร์ซ' แรงขับเคลื่อนหลัก

'สื่อออนไลน์' ยังโต 'ดิลิเวอรี' แข่งเดือด

สื่อออนไลน์ ซึ่งได้แก่ วิดีโอออนดีมานด์ เพลงออนดีมานด์ เกม และโฆษณา ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 8% โดยคาดว่ามูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 7 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ 

การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงนี้ได้รับแรงหนุนจากโฆษณาที่มาจากการขยายเครือข่ายสื่อค้าปลีก การเจาะตลาดเชิงลึกของวิดีโอคอมเมิร์ซ และการทำแคมเปญโฆษณาที่หลากหลายมากขึ้น

ที่น่าสนใจก็คือ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคที่มีอิทธิพลในด้านต่างๆ ยังคงเป็นตลาดหลักที่สำคัญสำหรับการบริโภคเพลงและมักทำให้เกิดเทรนด์ระดับโลกด้วยเพลง T-Pop

การขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ ยังคงเป็นภาคส่วนสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยโตขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2568 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจาก 3 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2566

หลังจากการแข่งขันที่ดุเดือด และการถอนตัวของผู้ให้บริการรายใหญ่ แพลตฟอร์มที่เหลือจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกำไรด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ แพลตฟอร์มต่างๆ จึงให้ข้อเสนอที่หลากหลายแก่ผู้บริโภคและสร้างช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ เช่น แพ็กเกจสมาชิก บัตรกำนัลรับประทานอาหารภายในร้าน และโฆษณาในแอป