วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ’ ชี้ประชุม IMF-World Bank เงินสะพัด 2 พันล้าน ผู้ร่วมประชุมใช้จ่ายสูงสุด 15,000 บาทต่อวัน

"เอกนิติ" เผยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1,050 - 2,250 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมประชุม 15,000 คน ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 10,000 - 15,000 บาทต่อวัน ช่วยกระจายรายได้สู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าชุมชน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ที่ไทยรับเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ได้รับขนานนามว่าเป็น “โอลิมปิกทางการเงิน” เปรียบได้การการยกสำนักงานใหญ่ของ IMF และธนาคารโลกจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มาตั้งไว้ใจกลางกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ การประชุมจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยถึงกว่า 1,050 – 2,250 ล้านบาท จากประมาณการผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน ที่มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 7–10 วัน และมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000 – 15,000 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งจะกระจายรายได้เข้าสู่ภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าชุมชนอย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ในระยะยาวยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดประตูสู่อนาคตทางเศรษฐกิจ โดยไทยจะใช้โอกาสนี้นำเสนอความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และสิทธิประโยชน์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อขับเคลื่อนขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

“การประชุมในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยทันทีประมาณ 1,050 – 2,250 ล้านบาท ยังเป็นประตูสู่อนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้นำเสนอความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และสิทธิประโยชน์การลงทุน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนตรงจากต่างประเทศ ในอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ”

ด้านการบริหารจัดการสถานที่และมาตรการรักษาความปลอดภัย ศูนย์ฯ สิริกิติ์ได้ติดตั้งศูนย์ควบคุม Master Control Room และระบบถ่ายทอดสดมาตรฐานเดียวกับอีเวนต์ระดับโลกอย่าง FIFA World Cup และ UEFA Champions League ร่วมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จาก World Economic Forum ณ เมืองดาวอส

พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดระบบคัดกรองพื้นที่หลายชั้น (Security Zoning) จุดตรวจ X-ray 17 จุด จุด Walk-through 19 จุด และระบบกล้อง CCTV ตรวจตราเชื่อมโยงโรงแรมที่พักทางการ 21 แห่งตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังชูมาตรฐาน “Green Meeting” ด้วยการนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมประมาณ 320 คันมาให้บริการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 95.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 9,580 ต้นใน 1 ปี พร้อมบริหารจัดการขยะอาหารแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และลดการใช้กระดาษผ่านระบบประชุมดิจิทัล

‘เอกนิติ’ ชี้ประชุม IMF-World Bank เงินสะพัด 2 พันล้าน ผู้ร่วมประชุมใช้จ่ายสูงสุด 15,000 บาทต่อวัน

ยิ่งไปกว่านั้น งานประชุมยังเป็นเวทีสะท้อนพลัง Soft Power และอัตลักษณ์ไทยผ่านการตกแต่งสถานที่ด้วยผ้าไทยจาก 28 ชุมชน ผลิตภัณฑ์และอาหารเครื่องดื่มจากสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ตลอดจนการจัดแสดงนิทรรศการ Thailand Pavilion ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ และเศรษฐกิจสุขภาวะยืนยาว รวมถึงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ Royal Pavilion เพื่อถ่ายทอดแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมสู่สายตาผู้นำเศรษฐกิจทั่วโลก

สิ่งนี้นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ของไทยในรอบ 35 ปี หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 2534 (ค.ศ. 1991) โดยรัฐบาลไทยได้ยกระดับความพร้อมทั้งด้านสถานที่และโครงสร้างพื้นฐานเทียบเท่ามาตรฐานสากลสูงสุด ควบคู่กับการนำเสนอนวัตกรรมดิจิทัลและการต้อนรับที่ผสานความอบอุ่น และพิถีพิถันแบบไทย เพื่อแสดงศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาคมโลก

‘เอกนิติ’ ชี้ประชุม IMF-World Bank เงินสะพัด 2 พันล้าน ผู้ร่วมประชุมใช้จ่ายสูงสุด 15,000 บาทต่อวัน