วันอังคาร ที่ 6 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทอท.ลงนาม AOTGA 8 ต.ค.นี้ เพิ่มผู้ประกอบการภาคพื้น ‘สุวรรณภูมิ’

ทอท. เตรียมลงนามสัญญา AOTGA 8 ต.ค.นี้ เป็นผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มั่นใจแก้ปัญหางานบริการล่าช้า พร้อมรับนโยบาย “พิพัฒน์” เพิ่มบทลงโทษ-ค่าปรับ ไม่ผ่าน KPI เลิกสัญญา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงภาพรวมการให้บริการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยระบุว่า ขณะนี้เที่ยวบินกลับมาให้บริการสู่ภาวะปกติ 100% ส่วนกระเป๋าตกค้าง ยังเหลืออีกเล็กน้อยประมาณ 600 ใบ ในจำนวนนี้มีประมาณ 200 ใบ ที่ผู้โดยสารติดต่อมาขอรับแล้ว และอีก 400 ใบอยู่ระหว่างประสานติดต่อผู้โดยสาร เช่นเดียวกับการให้บริการคลังสินค้า ปัจจุบันยังคงให้บริการตามปกติ  

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์บริการภาคพื้นของการบินไทยที่ล่าช้าครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในสัญญาที่การบินไทยทำกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ไม่ได้กำหนดเรื่องบทลงโทษ ดังนั้นจึงไม่สามารถปรับ หรือดำเนินการใดๆ แต่กระทรวงฯ ได้สั่งการ ทอท. แล้วว่า ในการจัดทำสัญญากับบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ผู้รับจ้างรายที่ 3 ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมลงนามสัญญานั้น จะต้องกำหนดบทลงโทษ เพื่อเข้มงวดการให้บริการผู้โดยสาร 

ด้านนางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ขณะนี้ ทอท.เตรียมลงนามสัญญากับ AOTGA เพื่อเข้ามาเป็นผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยกำหนดลงนามสัญญาในวันที่  8 ต.ค.นี้ ซึ่งการเพิ่มผู้ประกอบการครั้งนี้ ทอท. มั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการ รองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 60 ล้านคนต่อปี และช่วยกระจายภาระงานจากผู้ให้บริการเดิม 2 ราย ซึ่งปัจจุบันมีขีดความสามารถรองรับงานใกล้เต็มกำลัง

สำหรับนโยบายที่กระทรวงฯ ได้กำชับให้เพิ่มบทลงโทษแก่ผู้ประกอบการไว้ในสัญญาฉบับใหม่นั้น ทอท. ได้กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) รวมถึงบทลงโทษ และค่าปรับที่ชัดเจน หากไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐาน และหากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด อีกทั้งยังมีข้อกำหนดที่นำไปสู่การยกเลิกสัญญาได้ เบื้องต้นคาดว่าหลังลงนามสัญญา AOTGA แล้วจะเริ่มเตรียมเครื่องมือ และอุปกรณ์ในการให้บริการ คาดว่าจะเริ่มเข้ามาปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงต้นปี 2570