วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาต้าเซ็นเตอร์' บูม ไทยจะโตอย่างไร ให้คุ้มค่ากับการใช้ทรัพยากร?

'ดาต้าเซ็นเตอร์' ในไทยขยายตัวตามความต้องการ AI และคลาวด์ เปิดโจทย์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด น้ำ และที่ดิน พร้อมมุมมองนฤมล จิวังกูร ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ เพื่อรองรับเศรษฐกิจระยะยาว

KEY POINTS

  • การเติบโตของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยสร้างความท้าทายด้านการใช้ทรัพยากรปริมาณมหาศาล ทั้งไฟฟ้า น้ำ และที่ดิน ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการอย่างรับผิดชอบ
  • ภาครัฐได้ปรับเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนให้มุ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำ กำหนดให้ใช้พลังงานสะอาด และต้องมีแผนสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศ
  • การขยายตัวอย่างยั่งยืนต้องอาศัยพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับโครงสร้างการจัดหาเงินทุนที่ซับซ้อน ซึ่งต้องการนโยบายที่ชัดเจนและการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมาพร้อมโจทย์ไฟฟ้า น้ำ และที่ดิน ขณะที่พลังงานหมุนเวียนและการบริหารความเสี่ยงทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเดินหน้าโครงการระยะยาว

ความต้องการจัดเก็บข้อมูล บริการคลาวด์ และการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นกำลังผลักดันการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย การรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้จึงเกี่ยวข้องทั้งกับความพร้อมด้านทรัพยากร พลังงาน และโครงสร้างเงินทุน ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุน

นฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย มองว่า เมื่อความต้องการข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างยั่งยืนจึงสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวที่มั่นคงและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้

ในงาน Data Centre Day ซึ่งธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย จัดร่วมกับ Citi Issuer Services เธอกล่าวถึงบทบาทของดาต้าเซ็นเตอร์ควบคู่กับโจทย์การใช้ทรัพยากรว่า

“ดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 เช่นเดียวกับที่ถนน ไฟฟ้า และท่าเรือมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 20 ขณะเดียวกัน เราตระหนักถึงประเด็นที่มีการหารืออย่างต่อเนื่อง ทั้งขีดความสามารถของโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงการใช้ที่ดินและทรัพยากรน้ำ การพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างมีความรับผิดชอบจึงเป็นประเด็นสำคัญ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน”

นฤมลระบุด้วยว่า ภาครัฐกำลังขยับจากการเร่งดึงดูดการลงทุนไปสู่การกำกับดูแลแบบรวมศูนย์ โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการทรัพยากร พร้อมย้ำหลักคิดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวว่า

“คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานนี้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะสร้างอย่างรับผิดชอบได้อย่างไร”

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ไตรมาสแรกปี 2569 กิจการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิสมีมูลค่าคำขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 8.7 แสนล้านบาท ขณะเดียวกัน BOI ได้ปรับเงื่อนไขด้านประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงกำหนดให้ผู้ขอรับส่งเสริมเสนอแผนสร้างประโยชน์แก่ประเทศไทย เช่น การพัฒนาบุคลากรและ SMEs ไทย หรือการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในประเทศ

'ดาต้าเซ็นเตอร์' บูม ไทยจะโตอย่างไร ให้คุ้มค่ากับการใช้ทรัพยากร?

นอกเหนือจากความพร้อมด้านทรัพยากร การขยายดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีโจทย์ด้านสัญญาจัดหาไฟฟ้าและการจัดหาเงินทุน ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้สนับสนุนโครงการ ผู้ให้กู้ และผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย

ในการเสวนา “Powering Thailand’s Data Centre Boom with Renewable Energy” ภายในงาน Data Centre Day ซึ่งธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย จัดร่วมกับ Citi Issuer Services ตัวแทนจากเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ดีโลคอล ชี้ว่า การขยายดาต้าเซ็นเตอร์ควบคู่กับโครงการพลังงานต้องอาศัยนโยบายที่ชัดเจน สัญญาจัดหาไฟฟ้าที่รัดกุม และโครงสร้างหลักประกันที่เหมาะสม

รวมถึงความร่วมมือระหว่างธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินพหุภาคี เพื่อสนับสนุนสินเชื่อระยะยาว การบริหารความเสี่ยง และการบริหารกระแสเงินทุนข้ามพรมแดน

เออร์เนสโต ซาร์เรีย หัวหน้าฝ่าย Citi Issuer Services ประจำภูมิภาคเอเชียใต้ Citi Services กล่าวว่า การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ต้องประสานการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเข้ากับโครงสร้างการจัดหาเงินทุน โดยการระดมทุนข้ามพรมแดนที่ซับซ้อนขึ้นทำให้ต้องมีตัวแทนและผู้ดูแลผลประโยชน์เข้ามาช่วยจัดการความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้สนับสนุนโครงการและผู้ให้กู้

ด้าน ยูจีเนีย ทาฮาระ-ซู หัวหน้าฝ่ายขาย Citi Issuer Services ประจำภูมิภาคอาเซียน ระบุว่า เมื่อโครงสร้างเงินทุนเชื่อมตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนเข้ากับการจัดหาไฟฟ้า บทบาทของตัวแทนและผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็นอิสระยิ่งมีความสำคัญ โดยครอบคลุมการดูแลหลักประกันและการบริหารกระแสเงินสดผ่านบัญชีโครงการที่มีลำดับการจัดสรรซับซ้อน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้แก่ผู้สนับสนุนโครงการและผู้ให้กู้

การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ไทยจึงต้องคำนึงถึงทั้งความพร้อมด้านทรัพยากรและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อให้การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นไปอย่างรับผิดชอบ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว