วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจรจามาเลย์ไม่คืบ น้ำท่วมซ้ำถล่มกุ้งไทย วิกฤตจ่อทลายอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมกุ้งไทยทรุดหนัก เจรจามาเลเซียปลดแบนลากยาวไร้ข้อสรุป ซ้ำร้ายเจอซูเปอร์อุทกภัยถล่มภาคใต้ต่อเนื่อง ภาคตะวันออก หวั่นน้ำเหนือทะลักซ้ำภาคกลางจนพังพินาศ

KEY POINTS

  • อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาโรคระบาดเรื้อรัง, การเจรจาการค้ากับมาเลเซียที่ยังไม่ได้ข้อสรุป และสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง
  • การเจรจากับมาเลเซียที่ระงับการนำเข้ากุ้งไทยยังคงยืดเยื้อและไม่มีความคืบหน้า แม้จะผ่านไปแล้วกว่า 3 เดือน
  • เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอุทกภัยที่ถล่มซ้ำในพื้นที่สำคัญทั้งภาคใต้และภาคตะวันออก และยังมีความเสี่ยงจากมวลน้ำเหนือที่จะเข้าท่วมภาคกลาง
  • วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นหลายด้านพร้อมกันกำลังส่งผลให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยเสี่ยงต่อการล่มสลาย หากภาครัฐยังไม่มีมาตรการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

จากอดีตแชมป์ส่งออกระดับโลกสู่การถูกลืม อุตสาหกรรม “กุ้งไทย” กำลังเผชิญภาวะตลบหลังด้วยวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งโรคระบาดเรื้อรังที่ยังไร้วาระแห่งชาติ ปัญหาการค้าข้ามแดนกับมาเลเซียที่เจรจาลากยาวกว่า 3 เดือนโดยไม่มีบทสรุป และล่าสุดถูก “มหาอุทกภัย 2569” ถล่มซ้ำตั้งแต่ภาคใต้ ภาคตะวันออก จนถึงความเสี่ยงมวลน้ำเหนือทะลักภาคกลาง หวั่นทำอุตสาหกรรมล่มสลายหากภาครัฐยังจ่ายแค่เงินเยียวยาแต่ไร้แผนแก้ต้นตอ 

  • จากแชมป์โลกสู่ตกต่ำ 15 ปีแห่งโรคระบาดที่ถูกเมิน

อุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยเป็นหัวหอกสร้างรายได้ส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ เคยทำยอดผลิตได้สูงถึงปีละ 6 แสนตัน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นนับตั้งแต่การระบาดของโรคกุ้งตายด่วน (EMS) เมื่อปลายปี 2554 ตามมาด้วยโรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) และโรคขี้ขาว ส่งผลให้ยอดผลิตดิ่งลงเหลือเพียง 2.5 แสนตัน และสูญเสียตำแหน่งแชมป์โลกไปอย่างสิ้นเชิง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และสมาคมกุ้งไทย ได้พยายามต่อสู้เพื่อกอบกู้อุตสาหกรรม ยื่นขอกำหนดยุทธศาสตร์ 11 ประเด็นยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” แต่จนแล้วจนรอดข้อเสนอเพื่ออนาคตของเกษตรกรกลับถูกภาครัฐเมินเฉยมาโดยตลอด 

  • โดนตลบหลัง 3 เด้ง น้ำท่วมใต้ - มาเลย์แบน - มหาอุทกภัยตะวันออก

เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา:

1. อุทกภัยใหญ่ภาคใต้ (ปลายปี 2568) ฟาร์มกุ้งภาคใต้ซึ่งคิดเป็น 11% ของผลผลิตทั้งประเทศ ถูกน้ำท่วมใหญ่จนเมืองเศรษฐกิจอย่างหาดใหญ่กลายเป็นเมืองร้าง ยื่นของบเยียวยาหลักพันล้านก็ยังถูกเมิน

2. มาเลเซียระงับนำเข้า (พฤษภาคม 2569) ตลาดรองรับกุ้งใต้ที่สำคัญอย่างมาเลเซีย ประกาศแบนกุ้งไทย ตอบโต้กรณีไทยขอตรวจสอบปลากะพงนำเข้า แม้รัฐบาลจะรับปากเข้าเจรจา แต่เวลาผ่านไปกว่า 3 เดือน การเจรจายังคงเชื่องช้าและไร้ข้อสรุป เสี่ยงหลุดสเปกตลาดรอบใหม่ที่จะออกในเดือนตุลาคมนี้

เจรจามาเลย์ไม่คืบ น้ำท่วมซ้ำถล่มกุ้งไทย วิกฤตจ่อทลายอุตสาหกรรม

3. ซ้ำเติมเมืองหลวงกุ้งไทย (ปี 2569) ขณะที่งานวิจัยแก้โรคระบาดของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่เข้ามาจัด Hackathon และอุดหนุนงบวิจัยกำลังจะเริ่มขึ้น ภาคตะวันออกซึ่งเป็น “เมืองหลวงกุ้งไทย” (คิดเป็น 20% ของพื้นที่เลี้ยงทั้งหมด) กลับโดนมหาอุทกภัยถล่มซ้ำจนฟาร์มเสียหายมหาศาล

  • จับตา “มวลน้ำเหนือ” ถล่มภาคกลาง หวั่นทลายอุตสาหกรรมถาวร

ความน่ากลัวของ “มหาอุทกภัย 2569” ยังไม่สิ้นสุด เมื่อมวลน้ำขนาดใหญ่จากภาคเหนือกำลังเคลื่อนตัวลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เลี้ยงกุ้งในภาคกลาง แถบสุพรรณบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม หากพื้นที่ภาคกลางถูกน้ำท่วมซ้ำอีกแห่ง มูลค่าความเสียหายรวมจะรุนแรงยิ่งกว่าวิกฤตภาคใต้ปี 2568 หลายเท่า

การจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรไร่ละ 3,000 บาท เป็นเพียงการ “ห้ามเลือดชั่วคราว” ที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างของอุตสาหกรรม หากรัฐบาลยังคงขาดความชัดเจนในการเจรจาการค้าข้ามแดน และไม่มีแผนรับมือโรคระบาดและภัยธรรมชาติเชิงรุก อุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เคยยิ่งใหญ่ อาจต้องค่อยๆ ทลายลงอย่างเงียบๆ จนไร้ทางกอบกู้คืนกลับมาได้อีกต่อไป