วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นน้ำมันดิบดูไบ ต.ค.-พ.ย. 'ปตท.' คาดทรงตัวกรอบ 95-105 ดอลลาร์ หลัง ก.ย. สวิง

น้ำมันดิบดูไบเดือน ก.ย. ผันผวนในกรอบ 99-128 ดอลลาร์ ภูมิรัฐศาสตร์หนุนราคา-ดอกเบี้ยสหรัฐฯ กดอุปสงค์ ปตท.คาด ต.ค.-พ.ย. ทรงตัว 95-105 ดอลลาร์

KEY POINTS

  • นักวิเคราะห์ ปตท. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากผันผวนอย่างหนักในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
  • ปัจจัยบวกจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง หลังซาอุดีอาระเบียสามารถกลับมาดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West ที่ถูกโจมตีได้อีกครั้ง
  • ความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และการหารือระหว่างสหรัฐฯ-จีน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งและเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน
  • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2566 สร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน ผ่านค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้นและความกังวลต่ออุปสงค์พลังงาน

ตลาดน้ำมันโลกเดือนกันยายน 2569 เผชิญแรงกดดัน 2 ด้านที่ดึงสวนทางกัน ฝั่งหนึ่งคือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่หนุนราคา อีกฝั่งคือการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่กดดันบรรยากาศการลงทุนและอุปสงค์พลังงาน

นักวิเคราะห์ราคาน้ำมันของกลุ่ม ปตท. ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบ Dubai เดือน ก.ย. ยังคงผันผวนในระดับสูง โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 99-128 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ส.ค. 69 แรงหนุนหลักมาจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ทั้งช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบ Bab el-Mandeb และท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed กดดันบรรยากาศการลงทุนผ่านเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และสร้างความกังวลต่ออุปสงค์พลังงาน

ขณะที่ตลาดยังมีความหวังจากการเจรจาทางการทูต และการฟื้นตัวของเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบบางส่วน ทีมวิเคราะห์จึงคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ Dubai ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาจาก

ปัจจัยที่ 1 ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น หลังกลุ่ม Houthi โจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 69 ส่งผลให้ซาอุฯ ต้องระงับการเดินท่อขนาด 7 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ใช้เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ และขนส่งน้ำมันดิบไปยังท่า Yanbu ฝั่งทะเลแดง ราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

อย่างไรก็ดี ซาอุฯ ได้ปรับรูปแบบการขนส่งเป็นการสูบถ่ายน้ำมันระหว่างเรือ (Ship-to-ship) บริเวณท่า Sohar ของโอมาน ก่อนเริ่มกลับมาเดินท่อ East-West ได้อีกครั้งในวันที่ 22 ก.ย. 69 และคาดว่าจะกลับมาส่งออกจากท่า Yanbu ได้ตั้งแต่ 29 ก.ย. 69 โดยเรือมีปลายทางมุ่งหน้าไปยังจีน

ปัจจัยที่ 2 ด้านการทูต สหรัฐฯ และอิหร่าน สหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มหารือนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 69 เพื่อหาแนวทางยุติสงคราม โดยประเด็นสำคัญคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม การเจรจายังมีข้อจำกัด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่ต้องการลดอำนาจต่อรองของตนก่อน

ปัจจัยที่ 3 ทรัมป์-สี จิ้นผิง หารือที่วอชิงตัน การหารือระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี XI Jinping ที่กรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 23-25 ก.ย. 69 กลายเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตา โดยนอกจากประเด็นการค้า ภาษี แร่ธาตุสำคัญ AI และไต้หวันแล้ว สหรัฐฯ ยังพยายามดึงจีนให้สนับสนุนแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และผลักดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ลุ้นน้ำมันดิบดูไบ ต.ค.-พ.ย. 'ปตท.' คาดทรงตัวกรอบ 95-105 ดอลลาร์ หลัง ก.ย. สวิง

อย่างไรก็ดี จีนยังคงวางท่าทีระมัดระวัง โดยสนับสนุนให้สหรัฐฯ และอิหร่านเดินหน้าสู่ข้อตกลงชั่วคราว ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น

ปัจจัยที่ 4 Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2566

ด้านปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 15-16 ก.ย. 69 มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและยืดเยื้อ

โดยประธาน Fed นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ส่งสัญญาณว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลงชัดเจน ซึ่งอาจกดดัน sentiment ตลาดน้ำมันผ่านเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและความกังวลต่ออุปสงค์พลังงานในระยะถัดไป