วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดแฟ้มลงทุน ‘รัฐวิสาหกิจ’ ปี 70  1.4 ล้านล้าน ดัน ‘เมกะโปรเจกต์’ รถไฟ-ทางด่วน-สายส่ง

ปิดข้อมูลโครงการลงทุนในกรอบการลงทุนรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2570 วงเงินรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์

KEY POINTS

  • เปิดข้อมูลโครงการลงทุนในกรอบการลงทุนรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2570 วงเงินรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
  • งบลงทุนส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่เมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมและขนส่ง เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รถไฟทางคู่สายใหม่ รถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีส้ม และการก่อสร้างทางด่วน
  • รวมทั้งจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค โดยเน้นการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าทั่วประเทศเพื่อเสริมความมั่นคง และขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้า

การจัดสรรกรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ 2570 ที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบถือเป็นกลไกทางการเงินและการคลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

โดยในปีงบประมาณ 2570 รัฐวิสาหกิจจำนวน 46 แห่ง (ไม่นับบริษัทมหาชน) มีวงเงินดำเนินการรวมทั้งสิ้น 1,400,278 ล้านบาท และกำหนดวงเงินเบิกจ่ายลงทุนในปีงบประมาณ 2570 วงเงินรวม 228,611 ล้านบาท

โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ กรอบการลงทุนสำหรับงานตามภารกิจปกติและโครงการต่อเนื่อง วงเงินดำเนินการ 1,100,278 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินเบิกจ่ายลงทุน 178,611 ล้านบาท และ กรอบการลงทุนสำหรับการปรับเพิ่มระหว่างปี วงเงินดำเนินการ 300,000 ล้านบาท ทั้งนี้ หากนับรวมรัฐวิสาหกิจประเภทบริษัทมหาชนจำกัดและบริษัทในเครืออีก 5 แห่ง ภาพรวมการลงทุนจะขยายตัวมีวงเงินดำเนินการรวมถึง 1,484,552 ล้านบาท และวงเงินเบิกจ่ายลงทุนรวมสูงถึง 452,067 ล้านบาท

สำหรับโครงการของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการอนุมัติให้มีการลงทุนในปี 2570 แบ่งเป็นประเภทต่างๆดังนี้

1.ในด้านคมนาคมและขนส่ง  เป็นกลุ่มยุทธศาสตร์หลักที่ได้รับการจัดสรรงบลงทุนจำนวนมากเพื่อพัฒนาระบบราง ทางพิเศษ รถไฟฟ้า และคมนาคมขนส่งทางน้ำ โดยมี การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นหน่วยงานเสนอโครงการลงทุนขนาดใหญ่

ได้แก่ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) วงเงินเบิกจ่ายลงทุน 11,270 ล้านบาท , โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ วงเงินเบิกจ่าย 15,114 ล้านบาทและโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม วงเงินเบิกจ่าย 10,417 ล้านบาท

  • รฟม.เบิกจ่ายงบฯสีม่วง-ส้ม 

ขณะที่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ วงเงินเบิกจ่าย 11,905 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรม วงเงินเบิกจ่าย 1,610 ล้านบาท ด้าน

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ดำเนินโครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย (ช่วงจตุโชติ - ถนนลำลูกกา) วงเงินเบิกจ่าย 4,533 ล้านบาท และโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ - ป่าตอง วงเงินเบิกจ่าย 1,977 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการจัดซื้อรถโดยสารประจำทางพลังงานสะอาด (EV) ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วงเงินเบิกจ่าย 1,112 ล้านบาท , โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ของ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) วงเงินเบิกจ่าย 1,925 ล้านบาท และโครงการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภา ของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ซึ่งได้รับการอนุมัติเฉพาะวงเงินดำเนินการ

  • กฟผ.ปรับระบบส่งไฟฟ้าภาคตะวันออก

2.โครงการในด้านพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานหลักในการเสนอโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า วงเงินเบิกจ่าย 4,502 ล้านบาท

โครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว วงเงินเบิกจ่าย 2,246 ล้านบาท และโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 (อนุมัติเฉพาะวงเงินดำเนินการ) สำหรับระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่เมืองและภูมิภาค

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินโครงการปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ระยะที่ 13 ส่วนที่ 1 วงเงินเบิกจ่าย 1,098 ล้านบาท ส่วนที่ 2 เป็นวงเงินเบิกจ่าย 4,992 ล้านบาท และแผนงานเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินเพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน วงเงินเบิกจ่าย 2,204 ล้านบาท  

  • กฟภ.เร่งขยายสายส่ง

ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เสนอโครงการพัฒนาระบบขนส่งและจำหน่าย ระยะที่ 2 วงเงินเบิกจ่าย 3,500 ล้านบาท และโครงการขยายเขตไฟฟ้าด้วยวิธีปักเสาพาดสายให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ ระยะที่ 3 วงเงินเบิกจ่าย 1,000 ล้านบาท

ด้านการประปา การประปานครหลวง (กปน.) ดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลักครั้งที่ 9 วงเงินเบิกจ่าย 3,201 ล้านบาท และ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย ปี 2556 - ปี 2564 วงเงินเบิกจ่าย 2,388 ล้านบาท

3.ในด้านการพัฒนาชุมชน คุณภาพชีวิต สาธารณสุข และการบริหารจัดการพื้นที่ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2, 3 และ 4 วงเงินเบิกจ่าย 1,243 ล้านบาท

 บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ พื้นที่โซน C วงเงินเบิกจ่าย 88 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างอาคารและที่พักของกรมสรรพากร วงเงินเบิกจ่าย 295 ล้านบาท ขณะที่ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิตระยะที่สอง วงเงินเบิกจ่าย 36 ล้านบาท และ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (อสส.) ดำเนินโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ คลองหก จ.ปทุมธานี วงเงินเบิกจ่าย 2,157 ล้านบาท

  • มหาดไทยคุมงบลงทุนรัฐวิสาหกิจสูงสุด

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาภาพรวมงบเบิกจ่ายลงทุนแยกตามกระทรวงเจ้าสังกัด พบว่า กระทรวงมหาดไทย ได้รับงบเบิกจ่ายลงทุนภาพรวมสูงสุดรวม 107,022.88 ล้านบาท ตามด้วย กระทรวงคมนาคม รวม 82,670.50 ล้านบาท  และ กระทรวงพลังงาน รวม 24,227.74 ล้านบาท

ส่วนกระทรวงอื่นๆ ได้รับการจัดสรรงบเบิกจ่ายตามภารกิจ ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3,220.46 ล้านบาท[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 2,100.00 ล้านบาท

กระทรวงอุตสาหกรรม 2,068.12 ล้านบาท , กระทรวงการคลัง 1,733.33 ล้านบาท , กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1,626.32 ล้านบาท , กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1,343.95 ล้านบาท , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 1,321.43 ล้านบาท, กระทรวงสาธารณสุข 602.34 ล้านบาท , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 563.70 ล้านบาท , กระทรวงพาณิชย์ 6.43 ล้านบาท , กระทรวงกลาโหม 5.00 ล้านบาท และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 0.40 ล้านบาท

ทั้งนี้การจัดทำกรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2570 สะท้อนถึงการมุ่งเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยรัฐวิสาหกิจทุกแห่งจะต้องเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบลงทุนให้ได้ไม่น้อยกว่า 95% ของวงเงินอนุมัติเบิกจ่าย เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป และการพัฒนาประเทศต่อไป