วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กยศ.’ รื้อเกณฑ์-เพิ่มบทลงโทษ แก้ปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์หนี้เสีย 5 แสนราย

'กยศ.' เตรียมเพิ่มความเข้มงวดขึ้นดอกเบี้ยลูกหนี้ที่มีความสามารถแต่จงใจไม่ชำระหนี้ แก้ปัญหาสภาพคล่องพร้อมจัดทำ "White List" ช่วยลูกหนี้ชำระตรงเวลาเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น พร้อมแก้ไขระบบปลดสถานะ "หนี้เสียเท็จ" ให้ลูกหนี้กว่า 500,000 ราย

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาระบบเงินหมุนเวียนของกองทุนออกแบบไว้ให้การปล่อยกู้แก่นักเรียนรายใหม่ 1 ราย ต้องอาศัยเงินที่ลูกหนี้รุ่นก่อนหน้าชำระคืนถึง 5 ราย

ทว่าข้อเท็จจริงในปัจจุบันกลับพบว่า ในจำนวนดังกล่าวมีลูกหนี้รุ่นพี่ถึง 3 ราย หรือรวมแล้วมากกว่า 2 ล้านคน ที่ขาดการติดต่อและหยุดส่งเงินคืน จนกระทบสภาพคล่องของกองทุนโดยตรง

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมอบหมายให้ กยศ. เชื่อมฐานข้อมูลเข้ากับกระทรวงการคลัง และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อจำแนกกลุ่มลูกหนี้ให้ละเอียดยิ่งขึ้น โดยผู้ที่เดือดร้อนทางการเงินจริงจะได้รับมาตรการผ่อนปรนจากภาครัฐ ส่วนกลุ่มที่มีความสามารถในการชำระแต่จงใจหลีกเลี่ยงหนี้ จะถูกติดตามทวงถามอย่างเข้มข้นขึ้น และอาจมีการเสนอปรับเงื่อนไขดอกเบี้ยกับค่าปรับเป็นการเฉพาะกลุ่ม

ในทางตรงกันข้าม สำหรับลูกหนี้ที่ชำระคืนตรงเวลา กยศ. มีแนวคิดจัดทำระบบ "White List" หรือส่งข้อมูลคะแนนเครดิตเชิงบวก (Credit Score) ให้ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ เพื่อให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกขึ้น

“มาตรการจัดการกับรุ่นพี่ที่เบี้ยวหนี้ ขณะนี้กำลังพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น ส่วนจะเข้มถึงขั้นส่งข้อมูลเข้าระบบเครดิตบูโรหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะ กยศ. เป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือสังคม ไม่ใช่สินเชื่อเชิงพาณิชย์ จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ”

อีกประเด็นหนึ่ง กยศ. กำลังเร่งปรับปรุงระบบฐานข้อมูลเพื่อปลดสถานะ "หนี้เสียเท็จ" ให้ลูกหนี้กว่า 500,000 ราย ซึ่งการตรวจสอบเชิงลึกชี้ว่าปัญหาเกิดจากข้อจำกัดทางเทคนิคของกฎหมายเดิม

กล่าวคือ เมื่อลูกหนี้ย้ายไปทำงานที่ใหม่ และเข้าสู่ระบบหักเงินเดือน ระเบียบเดิมกำหนดให้นายจ้างรายใหม่หักชำระได้เฉพาะยอดหนี้ ณ วันเริ่มงานเท่านั้น ไม่สามารถนำยอดค้างชำระเล็กน้อยในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนงานราว 1–2 เดือน ซึ่งมีมูลค่าเพียง 200–3,000 บาท มารวมหักได้ เงินค้างจำนวนน้อยนิดนี้จึงตกค้างในระบบ และถูกตีเป็นหนี้เสียไปโดยปริยาย

“ขณะนี้ผู้บริหาร และทีมงาน กยศ. กำลังเร่งสะสาง และปรับระบบบัญชี เพื่อเคลียร์มูลหนี้ราว 140 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้กว่า 500,000 ราย หลุดพ้นจากสถานะหนี้เสียทันที”

นอกจากนี้ กยศ. ยังยกเลิกขั้นตอนให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือครู ลงนามรับรองหนังสือรับรองความยากจน แล้วหันมาใช้วิธีเชื่อมข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของบิดา มารดา โดยตรงแทน หากพบชื่ออยู่ในระบบก็จะได้รับอนุมัติสิทธิกู้ยืมทันที เพื่อลดภาระ และความยุ่งยากของประชาชน

ขณะที่เมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 1,200 ล้านบาท ให้ กยศ. เพื่อเสริมสภาพคล่องรองรับนักเรียน นักศึกษา ที่ยื่นกู้เกินกรอบเป้าหมายเดิมจำนวน 14,400 ราย

“เดิม กยศ. เคยเสนอประมาณการงบกลางปี 2569 ไว้สูงถึง 4,800 ล้านบาท แต่เมื่อปรับปรุงระบบบริหารจัดการและติดตามจัดเก็บหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความจำเป็นในการพึ่งพางบประมาณจึงลดลงเหลือเพียง 1,200 ล้านบาทในปีกระทบยอดนี้”

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป กยศ. จะได้รับงบประมาณตามวงรอบประจำปีงบประมาณใหม่เข้ามาสมทบอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์