ผ่าโครงสร้างอุตสาหกรรม "แอร์คาร์โก” ในประเทศไทยผู้ประกอบการ 155 ราย - พึ่งพา "สุวรรณภูมิ" 92.3% เผยธุรกิจนี้ในไทยโตแรงเติบโตเฉลี่ย 3.5% – 4.5% ต่อปี พุ่งแตะ 1.83 ล้านตันปี 71 รับอานิสงส์ชิป AI-ทุเรียนสด และย้ายฐานผลิต China+1
KEY POINTS
- ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศในไทยมีผู้ประกอบการ 155 ราย และมีการกระจุกตัวสูงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งรองรับปริมาณสินค้าถึง 92.3% ของทั้งหมด
- ผู้ให้บริการคลังสินค้าหลัก 3 รายที่สุวรรณภูมิ ได้แก่ THAI Cargo (ครองส่วนแบ่ง 50-55%), BFS Cargo (25-30%) และ AOTGA (15-20%)
- การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศคิดเป็น 98% ของปริมาณทั้งหมด โดยมีตลาดส่งออกหลักคือจีนและฮ่องกง ซึ่งมีสัดส่วนรวมกัน 16%
ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) กำลังกลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของประเทศ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการขนส่งคาร์โกจะเติบโตเฉลี่ย 3.5% – 4.5% ต่อปี ในช่วงปี 2569–2571 จากการขนส่งสินค้าทางอากาศที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลจาก “วิจัยกรุงศรี” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2569 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการด้านคาร์โก (Cargo Carriers) รวม 155 ราย คิดเป็นสัดส่วน 60.1% ของผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศที่ดำเนินงานทั้งหมด 258 ราย แบ่งเป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินประจำ 87 ราย และเที่ยวบินไม่ประจำ 68 ราย
ส่วนในด้านโครงสร้างรายได้ แม้รายได้จากบริการคาร์โกจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของรายได้รวม ในอุตสาหกรรมการบิน เทียบกับค่าโดยสาร 83% และบริการอื่นๆ 9% แต่สายการบินส่วนใหญ่ใช้กลยุทธ์แบบ Combined Carriers โดยนำพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินโดยสาร (Belly Hold) มาใช้บรรทุกสินค้าควบคู่ไปกับการให้บริการผู้โดยสาร เพื่อช่วยสร้างรายได้เกี่ยวเนื่อง (Ancillary Revenue) และกระจายความเสี่ยงในช่วงที่อุปสงค์การเดินทางผันผวน
นอกจากนี้ การขนส่งคาร์โกทางอากาศของไทยยังพึ่งพาการค้าต่างประเทศและการกระจุกตัวเชิงพื้นที่อย่างสูง โดยสัดส่วนการขนส่งระหว่างประเทศคิดเป็น 98.0% ของปริมาณคาร์โกทั้งหมด ขณะที่เส้นทางภายในประเทศมีสัดส่วนเพียง 2.0% เท่านั้น
ทั้งนี้สินค้าคาร์โกทางอากาศกว่า 99.8% ผ่านสนามบินในเครือ AOT โดยเฉพาะ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สูงถึง 92.3%, ภูเก็ต 3.5% และดอนเมือง 3.4%
- 3 รายใหญ่ให้บริการที่สุวรรณภูมิ
โดยผู้ให้บริการคาร์โก ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้ให้บริการคลังสินค้าหลักอยู่ 3 ราย โดยมีสัดส่วนความสามารถในการรองรับสินค้าดังนี้
1.THAI Cargo ของการบินไทย ครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดประมาณ 50% - 55% ของขีดความสามารถโดยรวม โดยมีคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่รองรับสินค้าได้สูงถึง 1.2 ล้านตันต่อปี
2.Bangkok Flight Services (BFS Cargo) ครองสัดส่วนประมาณ 25% - 30% รองรับสินค้าได้ราว 500,000 - 700,000 ตันต่อปี
และ 3.AOTGA ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย บริการภาคพื้น จำกัด ที่เป็นรายใหม่ล่าสุดที่เข้ามาเสริมทัพเพื่อผลักดันไทยเป็นฮับภูมิภาค รองรับได้ประมาณ 15% - 20% ราว 400,000 - 600,000 ตันต่อปี
ปิดแผนที่ส่งออกคาร์โก: "จีน-ฮ่องกง" แชมป์ตลาดหลัก ยึดสัดส่วน 16%
สำหรับการขนส่งคาร์โกระหว่างประเทศของไทยกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคเอเชียและศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญ ได้แก่
1.จีนและฮ่องกง: ครองสัดส่วนมากที่สุดรวมกันประมาณ 16% ของปริมาณคาร์โกระหว่างประเทศทั้งหมด
2.ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น สัดส่วนแห่งละ 8%
3.เกาหลีใต้ 7%
4.สิงคโปร์ 6%
และ 5.กาตาร์ 2%
โดยฮ่องกง สิงคโปร์ และกาตาร์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายสินค้า หรือ Transshipment Hub เพื่อกระจายสินค้าต่อไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก
- สถิติ 5 เดือนแรกปี 69 คาร์โกระหว่างประเทศพุ่ง 6.3%
ทั้งนี้ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการขนส่งคาร์โกทางอากาศรวมของไทยสูงถึง 699,093 ตัน ขยายตัว 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากบริการคาร์โกระหว่างประเทศที่เติบโต 6.3% YoY ซึ่งสอดคล้องกับการส่งออกของไทยที่ขยายตัวได้ดี
ในทางกลับกัน ปริมาณคาร์โกภายในประเทศหดตัวลง -3.0% YoY เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านขนาดตลาด และเผชิญการแข่งขันสูงจากการขนส่งทางถนนที่มีต้นทุนต่ำกว่าและมีเครือข่ายครอบคลุม
ทั้งนี้ศูนย์วิจัยฯประเมินแนวโน้มปริมาณการขนส่งคาร์โกทางอากาศของไทยในระยะยาวไว้ดังนี้
- ปี 2568: 1.62 ล้านตัน
- ปี 2569: 1.71 ล้านตัน
- ปี 2570: 1.77 ล้านตัน
- ปี 2571: 1.83 ล้านตัน
- สินค้าไฮเทค AI และผลไม้สด ดันดีมานด์พุ่ง
ปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้คาร์โกทางอากาศเติบโตอย่างโดดเด่น มาจากโครงสร้างสินค้าส่งออกที่เน้นมูลค่าสูงและความรวดเร็ว รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความล่าช้าในเส้นทางขนส่งทางเรือ ทำให้ผู้ส่งออกหันมาใช้ทางอากาศเพื่อรักษาความแน่นอนในการส่งมอบสินค้า
โดยสินค้าที่ส่งออกผ่านคาร์โกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี พุ่งสูงขึ้นถึง 50.6% YoY ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ตามรอบการเติบโตของคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และการลงทุนในระบบ AI และ Data Center ส่วนสินค้าเกษตรและอาหารสด ขยายตัว 37.0% YoY โดยเฉพาะผลไม้สด เช่น ทุเรียนและเงาะ
- ปัจจัยหนุนยาวจากการย้ายฐานผลิต China+1
สำหรับแนวโน้มในระยะยาว อุตสาหกรรมคาร์โกทางอากาศของไทยยังมีปัจจัยบวกจากการแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตตามยุทธศาสตร์ China+1 การขยายตัวของ e-Commerce ตลอดจนการพัฒนาเขตปลอดอากร (Free Zone) และคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Storage) ในพื้นที่ท่าอากาศยานหลัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน





