ครม.ระดมแผนรับมือน้ำท่วม จัดทัพรองนายกฯ บริหารพื้นที่ พร้อมอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย 1.6 แสนล้านบาท เริ่มปี 2570
KEY POINTS
- ครม.ระดมแผนรับมือน้ำท่วม จัดทัพรองนายกฯ บริหารพื้นที่ พร้อมอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย 1.6 แสนล้านบาท เริ่มปี 2570
- ลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่ ลดความเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี
- เร่งโครงการบางบาล-บางไทร เชื่อมระบายน้ำภาคกลาง เคาะงบประมาณกลาง 69 วงเงิน 4,731 ล้านบาท
- มอบ ปภ.เยียวยาผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 รวม 24 จังหวัด และ กทม.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติงบกลางเพื่อใช้สำหรับการช่วยเหลือ และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเชื่อว่าวงเงินดังกล่าวจะเพียงพอสำหรับการดำเนินการ
“น่าจะเพียงพอในการเยียวยา และปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศ ไม่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น โดยจะจ่าย 9,000 บาททุกครัวเรือนหรือไม่นั้น มันจะมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข” นายอนุทิน กล่าว
- แบ่งรองนายกฯบริหารพื้นที่
สำหรับการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย รัฐบาลได้แบ่งการกำกับดูแลออกเป็นพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในการประสานงานและแก้ไขปัญหา โดยสามารถสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้
ภาคกลาง มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน ครอบคลุมพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสุพรรณบุรี
ภาคตะวันออก มีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธาน ครอบคลุมฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และปราจีนบุรี
ภาคเหนือ มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน ครอบคลุมเชียงใหม่ นครสวรรค์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธาน โดยมีนครราชสีมาเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้
ภาคใต้ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธาน
ขณะที่พื้นที่ กรุงเทพฯ ครม.มีมติแต่งตั้ง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นตัวแทน ครม.ในการกำกับดูแลพื้นที่
ไฟเขียวโครงการระบายน้ำ 1.6 แสนล้าน
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติ โครงการระบายน้ำในเส้นทางชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 8 ปี
ทั้งนี้จะใช้ทั้งงบประมาณและเงินกู้ในการดำเนินโครงการ หากโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำ และใช้พื้นที่เป็นแก้มลิงตามธรรมชาติ
สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ดำเนินโครงการ จะมีทั้งเงินกู้และงบประมาณ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง จะหารือรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง
นอกจากนี้ วันนี้จะมีการประชุมโดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อพิจารณาปรับเกณฑ์ใหม่ เปิดทางให้แต่ละท้องถิ่นสามารถดำเนินการสร้างแก้มลิงเพื่อ กักเก็บน้ำ ผันน้ำ และนำกลับมาใช้ในช่วงฤดูแล้ง
- ลดความเสียหายได้ 1.69 หมื่นล้านต่อปี
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวและน้ำแล้ง คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย โดยโครงการนี้จะเริ่มต้นในปี 2570 ใช้เวลา 8 ปี เสร็จสิ้นในปี 2577
รวมทั้งข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์พบความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ สามารถลดความเสียหายตีเป็นประมาณได้ 16,930 ล้านบาทต่อปี ลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 3.48 ล้านไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง
นอกจากนี้ ยังมีระบบคลองส่งน้ำที่สามารถเก็บกักน้ำในหน้าแล้งได้ประมาณ 1,555 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งยังมีคลองระบายน้ำที่สามารถเป็นช่องทางขนส่งสินค้าเกษตรได้อีกด้วย โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยในส่วนของปี 2570 มีการตั้งงบประมาณเริ่มต้นดำเนินการที่ชัยนาทแล้ว
- เร่งคลองระบายน้ำ“บางบาล-บางไทร”
นอกจากนี้มีอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่อง แต่ยังไม่แล้วเสร็จ คือ โครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ซึ่งมีการขยายระยะเวลาโครงการ โดยโครงการนี้จะเชื่อมโยง 2 ระบบเข้าด้วยกันเพื่อลดน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศไทย
ทั้งนี้สัญญาเดิมจะต้องแล้วเสร็จในปี 2569-2570 แต่เนื่องจากมีความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่จึงต้องขอขยายเวลาไปปี 2572 โดย ครม.เห็นควรดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วและไม่ควรขยายเวลาอีก ซึ่งกรมชลประทานระบุว่าจะเสร็จได้ในปี 2571 โดยมติคณะรัฐมนตรีจะไม่ให้ขยายระยะเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว
สำหรับงบกลางที่เหลืออยู่ในการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลาง 4,731 ล้านบาท โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด
- เปิดเกณฑ์ใช้งบกลางฯ 4.7 พันล้าน
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ครม.เห็นชอบตามความเห็นของสำนักงบประมาณที่เสนอให้ความเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นปี 2569 วงเงิน 4,731 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝนปี 2569 ใน 24 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร
สำหรับการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างมาก
ทั้งนี้เข้าข่ายกรณีฉุกเฉินและมีความจำเป็น ประกอบกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่ได้มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีรองรับไว้ และไม่สามารถปรับแผนการปฏิบัติงานหรือแผนการใช้จ่ายงบประมาณเดิมมาดำเนินการได้
รวมทั้งจากการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบเบื้องต้นรวม 553,780 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย สำหรับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางฯ พ.ศ. 2559
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ และขอเพิ่มเติมพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
- ใช้งบประมาณ กทม.ช่วยเยียวยา
ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รูปแบบพิเศษ โดยสำนักงบประมาณระบุว่า จากรายงานฐานะเงินสะสม ณ วันที่ 18 ก.ย.2569 พบว่ากรุงเทพมหานครมีเงินสะสมปลอดภาระผูกพันจำนวน 2,968 ล้านบาท
ทั้งนี้เห็นควรให้ใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เงินรายได้ หรือเงินสะสมคงเหลือของกรุงเทพมหานครเป็นลำดับแรกก่อน โดยการเยียวยาในพื้นที่ กทม. จะเป็นไปตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับการขอรับจัดสรรงบกลาง
พร้อมกันนี้ สำนักงบประมาณได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่งตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างละเอียด รอบคอบ ครอบคลุม และถูกต้องตามข้อเท็จจริง โดยต้องไม่มีความซ้ำซ้อน เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เนื่องจากวงเงินงบประมาณที่เห็นควรอนุมัติเกินกว่า 100 ล้านบาท ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลางฯ พ.ศ.2562 ข้อ 9 (3) สำนักงบประมาณจะนำเรื่องเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนแจ้งให้หน่วยรับงบประมาณเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป





