วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

'คมนาคม' ชงรัฐบาลสั่งการบินไทยประชุมบอร์ด จี้แก้ปัญหาสัมภาระตกค้าง

“คมนาคม” จี้การบินไทยเร่งสางวิกฤตสัมภาระตกค้าง จ่อชงเปิดประชุมบอร์ดเร่งด่วนแก้ปัญหา ย้ำต้องรับผิดชอบชดเชยผู้โดยสาร

KEY POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเสนอให้รัฐบาลสั่งการบินไทยจัดประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เป็นการด่วน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาสัมภาระผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • การบินไทยชี้แจงว่าสาเหตุเกิดจากการขาดแคลนพนักงานอย่างหนักเนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วม แต่คมนาคมตั้งข้อสังเกตว่าอาจให้ความสำคัญกับสายการบินพันธมิตรก่อนผู้โดยสารของตนเอง
  • คมนาคมได้ประสานกองทัพอากาศและไปรษณีย์ไทยเข้าช่วยเหลือลำเลียงสัมภาระแล้ว แต่ยังคงแสดงความกังวลต่อการบริหารจัดการและการสื่อสารของฝ่ายการบินไทย
  • การชดเชยเยียวยาผู้โดยสารเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของการบินไทย เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีหน้าที่กำกับดูแลด้านราคาและความปลอดภัยเท่านั้น

ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (29 ก.ย.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าปัญหาหากระเป๋าสัมภาระ ของผู้โดยสารการบินไทยที่ตกค้างสะสม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกระเป๋าล่าช้า โดยปัญหานี้ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ดีดี) การบินไทย ได้ชี้แจงว่าปัญหานี้เนื่องจากการบินไทยประสบภาวะขาดแคลนพนักงานอย่างหนัก จากการที่บุคลากรจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจนไม่สามารถบริหารจัดการได้ตามปกติ ทั้งนี้ทางการบินไทยได้ยินยอมรับความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนแล้ว และรับปากว่าจะเร่งจัดการเรื่องกระเป๋าสัมภาระตกค้างให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้

อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคม เสนอให้มีการเปิดประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยเป็นการด่วน เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา ตลอดจนวางมาตรการบริหารจัดการต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่าจากข้อสังเกตที่ปัญหาเกิดขึ้นล่าช้าเฉพาะกับการบินไทย เนื่องจากการบินไทยทำหน้าที่รับดูแลสัมภาระให้แก่สายการบินพันธมิตรในเครือข่ายด้วย ซึ่งมีข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) กำกับอยู่จึงคาดว่าการบินไทยอาจไปดูแลสายการบินของคู่สัญญาก่อนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้โดยสารของตนเอง

อย่างไรก็ดี กระทรวงคมนาคม โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ประสานความร่วมมือกับกองทัพอากาศและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อส่งกำลังพลเข้าช่วยเหลือในการลำเลียงสัมภาระอย่างเต็มกำลังแล้ว

สำหรับมาตรการจัดการกับสัมภาระที่ตกค้างกองอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้มีการดำเนินการหลายรูปแบบ โดยผู้โดยสารที่แจ้งความประสงค์ให้จัดส่ง กระเป๋าจะถูกจัดส่งไปตามชื่อและที่อยู่ที่ระบุไว้

ส่วนผู้โดยสารที่แจ้งว่าจะมารับด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จะทำการคัดแยกและรวบรวมไว้ให้เดินทางมารับในภายหลัง ในส่วนของมาตรการชดเชยเยียวยาผู้โดยสารนั้น ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของการบินไทยที่จะต้องพิจารณา เนื่องจากกระทรวงคมนาคมทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator)

"กระทรวงคมนาคมมีขอบเขตการกำกับดูแลในเรื่องการกำหนดราคาและมาตรฐานความปลอดภัย ส่วนระดับการให้บริการ (Level of Service) ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการ การตลาด และการดูแลลูกค้าของการบินไทยเอง ซึ่งหากการบินไทยเลือกที่จะไม่ดูแลผู้โดยสาร ผลกระทบและความเสียหายทางธุรกิจย่อมตกอยู่กับตัวบริษัทเอง" นายสิริพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ยังได้แสดงความกังวลถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ของการบินไทย โดยเห็นว่ารัฐบาลควรได้รับคำตอบและความร่วมมือที่ดีกว่านี้ ที่ผ่านมากระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการที่ AOT เข้ามารับผิดชอบดูแลอาหารแก่กำลังพลทหารอากาศที่มาช่วยงาน

รวมถึงการจัดส่งยานพาหนะและเครื่องสูบน้ำไปช่วยบรรเทาภัยน้ำท่วม ณ บ้านพักพนักงานการบินไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานสามารถออกมาปฏิบัติงานได้ โดยมีรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเอง แต่สิ่งที่ตอบกลับมายังสะท้อนถึงการบริหารจัดการและความรับผิดชอบต่อผู้โดยสารที่น้อยเกินไป โดยเฉพาะการสื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมากับลูกค้า