วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

‘รัฐบาล’ รุกแผนประกันภัยพิบัติสู้น้ำท่วม 10 บริษัทประกันเข้าร่วม จ่ายสูงสุด 1 แสน

“รัฐบาล” เตรียมแผนเยียวยาน้ำท่วม 2 ระยะ เตรียมอนุมัติงบกลาง 2 พันล้าน ดูแลผู้เสียหายตั้งแต่ 20 ก.ย.จัดแผนประกันภัยพิบัติ ดูแล 30 ล้านครัวเรือน “สมาคมประกันวินาศภัย”

KEY POINTS

  • “รัฐบาล” เตรียมแผนเยียวยาน้ำท่วม 2 ระยะ เตรียมอนุมัติงบกลาง 2 พันล้าน ดูแลผู้เสียหายตั้งแต่ 20 ก.ย.
  • จัดแผนประกันภัยพิบัติ ดูแล 30 ล้านครัวเรือน “สมาคมประกันวินาศภัย”
  • เปิดโครงสร้าง “กองทุนประกันภัยพิบัติ” รัฐบาลอุ้มเฉพาะ “บ้าน-ชีวิต” วงเงิน 1.5 หมื่นล้านต่อปี
  • คุ้มครอง 2 ระดับ จ่ายเยียวยาด่วน “หมื่นบาท” ก่อนจ่ายเพิ่มตามจริงสูงสุด “1แสนบาท” เผย 10 บริษัทประกันตอบรับเข้าร่วม

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมากำลังสร้างความเสียหายด้านที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ

รัฐบาลได้เตรียมแผนการเยียวยาผลกระทบผู้เสียหาย โดยที่ผ่านมารัฐบาลผลักดันการเยียวยาผ่านการประกันภัยพิบัติที่จะเริ่มวันที่ 1 ต.ค.2569 และในระหว่างช่วงรอยต่อได้มีการเตรียมงบประมาณสำหรับการเยียวยา ดังนี้

1.มาตรการเยียวยาเฉพาะหน้า ได้จัดเตรียมงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วนปี 2569 วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบน้ำท่วมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20-30 ก.ย.2569 ทั่วประเทศ

2.มาตรการประกันภัยพิบัติ มีผลในการคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 วงเงินเบี้ยประกันภัย 15,500 ล้านบาท โดย ครม.ได้อนุมัติงบประมาณสำหรับเบี้ยประกันภัยไปแล้ว แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม 500 ล้านบาท โดยคุ้มครองที่อยู่อาศัย 30 ล้านหลัง และการเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัยและแผ่นดินไหว

3.มาตรการบริหารความเสี่ยงระยะยาวของระบบประกันภัยพิบัติ โดยมีแนวคิดที่ภาครัฐจะตั้งบริษัทประกันภัยรูปแบบกึ่งรัฐ โดยรัฐร่วมถือหุ้นและจัดอุดหนุนงบประมาณ ซึ่งจะช่วยรับมือความเสี่ยง ลดภาระเบี้ยประกัน สร้างรายได้หรือกำไรคืนรัฐ

‘รัฐบาล’ รุกแผนประกันภัยพิบัติสู้น้ำท่วม 10 บริษัทประกันเข้าร่วม จ่ายสูงสุด 1 แสน

  • “รัฐบาล”เร่งเยียวยาประชาชน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเยียวยาประชาชนในกรุงเทพมหานคร จะมีการพิจารณาบนเงื่อนไขเดียวกับผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศที่จ่ายเยียวยาเหมาะจ่าย 9,000 บาท โดยกรุงเทพมหานครใช้วงเงินของตนเองจ่ายชดเชยตามระเบียบราชการท้องถิ่น หากมีส่วนที่ขาดจะเสนอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณอุดหนุน

สำหรับการเยียวยาหลักประกอบด้วยการชดเชยตามความเสียหายจริงและเงินช่วยเหลือกรณีผู้เสียชีวิต ส่วนความเสียหายอื่น เช่น รถยนต์ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนงานเสนอ ครม.ประกาศเกณฑ์ช่วยเหลือ

‘รัฐบาล’ รุกแผนประกันภัยพิบัติสู้น้ำท่วม 10 บริษัทประกันเข้าร่วม จ่ายสูงสุด 1 แสน

  • ประกันภัยน้ำท่วมทั่วหน้าใช้ 1 ต.ค.นี้ 

ขณะที่มาตรการประกันภัยพิบัติจะเริ่มใช้วันที่ 1 ต.ค.2569 มีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ลงนามบริษัทประกันภัย ซึ่งบริษัทประกันภัยในประเทศได้ทำประกันภัยต่อ (Reinsurance) กับต่างประเทศแล้ว

ทั้งนี้เหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหลังสัญญาประกันภัยจะเป็นภาระบริษัทประกันภัย ส่วนเหตุการณ์ก่อนวันที่ 1 ต.ค.2569 รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ และกรณีเหตุการณ์คาบเกี่ยวจะต้องเจรจาเพิ่มเติม

สำหรับแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงระยะยาวได้มีข้อเสนอให้จัดตั้งบริษัทประกันภัยรูปแบบกึ่งรัฐ โดยให้รัฐบาลเข้าถือหุ้นและอุดหนุนงบประมาณ เพื่อช่วยรับมือความเสี่ยง ลดภาระค่าเบี้ยประกัน และสร้างรายได้หรือกำไรคืนกลับเข้าสู่ภาครัฐได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหารือกันต่อไปในอนาคต

‘รัฐบาล’ รุกแผนประกันภัยพิบัติสู้น้ำท่วม 10 บริษัทประกันเข้าร่วม จ่ายสูงสุด 1 แสน

  • “กองทุนประกันภัยพิบัติ” ดีเดย์ 1 ต.ค. นี้

นายสมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมประกันภัยวินาศภัยไทย เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า กองทุนประกันภัยพิบัติของรัฐบาล เปิดให้บริการและมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยเน้นการเยียวยาประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็น “เขตภัยพิบัติ ”

ทั้งนี้กรมธรรม์ภัยพิบัติดังกล่าวจะคุ้มครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่เป็นบ้านอยู่อาศัยและการเสียชีวิตเท่านั้น โดยไม่รวมถึงเครื่องใช้ไม้สอยภายในบ้านและยานพาหนะ

สำหรับเงื่อนไขการจ่ายค่าชดเชยถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับ เพื่อความรวดเร็วในการบรรเทาความเดือดร้อน “ระดับแรก” จะจ่ายเป็นค่าความเสียหายเบื้องต้นทันที 10,000 บาทต่อหลัง และ “ระดับที่สอง” จ่ายค่าความเสียหายตามจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลัง เฉพาะสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเครื่องใช้ไม้สอย โดยกองทุนฯ มีกรอบวงเงินความคุ้มครองรวมทั้งประเทศสูงสุดไม่เกิน 75,000 ล้านบาทต่อปี

‘รัฐบาล’ รุกแผนประกันภัยพิบัติสู้น้ำท่วม 10 บริษัทประกันเข้าร่วม จ่ายสูงสุด 1 แสน

ยกตัวอย่าง กรณีที่พบว่าน้ำท่วม จะจ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นไปก่อน 10,000 บาท แล้วส่วนที่เกิน 10,000 บาท พอน้ำลงแล้วส่งหลักฐานเอกสารมาพิจารณาความเสียหายที่แท้จริง ก็จ่ายตามจริงเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเครื่องใช้ไม้สอยและยานพาหนะแต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลัง

สำหรับ “กรมธรรม์ภัยพิบัติ” จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้บังคับใช้แต่ถ้าสมมติบังเอิญเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เช่นในวันที่ 5 ต.ค.นี้ เหตุการณ์นี้จะได้รับความคุ้มครองบ้านอยู่อาศัยกับเรื่องของชีวิต ถ้าเสียชีวิตจากภัยน้ำท่วมนี้ก็จะได้รับความคุ้มครอง

สำหรับการยกเว้นความคุ้มครองในส่วนของรถยนต์และยานพาหนะนั้น คาดว่า ภาครัฐพิจารณาแล้วว่า เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่ มักมีประกันภัยภาคสมัครใจของตนเองอยู่แล้ว ประกอบกับผู้ครอบครองรถยนต์ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่งที่พอจะดูแลทรัพย์สินของตนเองได้ หากรัฐบาลเข้ามารับผิดชอบชดเชยแทน อาจจะกลายเป็น ภาระทางการคลังที่สูงมาก

ในส่วนของบริษัทประกันภัยที่จะเข้าร่วมบริหารความเสี่ยงนั้น นายสมพร กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกบริษัทเข้าได้ทันที แต่มีการกำหนดคุณสมบัติโดยใช้เกณฑ์ในลักษณะเดียวกับโครงการประกันภัยข้าว

  • บริษัทประกันฯ ตอบรับเข้าร่วมแล้วกว่า 10 ราย

ขณะนี้ มีบริษัทประกันภัยตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 10 ราย โดยสมาคมฯ อยู่ระหว่างจัดสรรสัดส่วนการรับเสี่ยงภัย (Risk Sharing) ซึ่งหากมีบริษัทเสนอตัวรับเสี่ยงเกิน 100% จะใช้วิธีเกลี่ยสัดส่วนกัน แต่หากเสนอน้อยกว่าเป้าหมายจะมีการทาบทามบริษัทรายใหญ่ให้ช่วยรับสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยกระบวนการทั้งหมดจะมีความชัดเจนเต็มรูปแบบก่อนวันที่ 1 ต.ค.นี้อย่างแน่นอน

พร้อมกัน สมาคมฯ เน้นย้ำให้ผู้เอาประกันภัยถ่ายภาพความเสียหายของทรัพย์สิน สภาพสิ่งปลูกสร้าง และขั้นตอนการย้ายทรัพย์สินอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นหลักฐานเร่งกระบวนการอนุมัติค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“บริษัทประกันที่จะเข้าร่วมโครงการ ไม่ได้เข้าทุกบริษัท แต่มีการกำหนดคุณสมบัติ ตอนนี้มีตอบรับเข้ามาแล้ว 10 กว่าราย ถ้ามีเข้ามามากกว่า 100% ก็จะมาเกลี่ยกัน ถ้าเสนอน้อยกว่า 100% ก็ต้องทาบทามบางบริษัทให้ช่วยรับมากขึ้น”

  • “ชัชชาติ”กทม.สถานการณ์ดีขึ้น

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมร่วมกับรัฐบาลว่า แนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานคร ต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเผชิญฝนตกหนักสะสม 200-300 มิลลิเมตร จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำที่หมุนวนและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ 

ทั้งนี้ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าปริมาณฝนในกรุงเทพมหานครลดลงเหลือเฉลี่ย 60 มิลลิเมตร ทำให้การระบายน้ำดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เขตมีนบุรีและเขตลาดกระบัง

นอกจากนี้ การดูแลประชาชนได้ตั้งกองบัญชาการและศูนย์จัดทำอาหาร ณ สำนักงานเขต เพื่อแจกจ่ายอาหารให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ 60,000-70,000 ราย โดยระยะต่อไปจะเปิดให้ยื่นขอรับเงินเยียวยาตามมูลค่าความเสียหายจริง ซึ่งขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติถ่ายภาพและเก็บหลักฐานความเสียหายไว้ประกอบการยื่นขอรับการช่วยเหลือ

  • มั่นใจโครงการอุโมงค์-ทางด่วนน้ำรับมือฝนหนักได้

นายชัชชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักถึง 300 มิลลิเมตร เป็นวิกฤติธรรมชาติที่เดาได้ยากจากความไม่แน่นอนของการพยากรณ์อากาศและมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกไม่ว่าจะภายในปีนี้หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า ดังนั้นกรุงเทพมหานครและรัฐบาลต้องร่วมกันวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวเพื่อรองรับปริมาณฝนระดับ 300 มิลลิเมตร

“หัวใจสำคัญของการรับมือฝน Extreme ในอนาคต คือการขยายโครงข่ายอุโมงค์ระบายน้ำ หรือ ทางด่วนน้ำ ให้ครอบคลุมจุดเสี่ยงมากขึ้น เพื่อตัดยอดน้ำและเร่งระบายน้ำจากพื้นที่วิกฤติสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ต้องผ่านคลองที่แออัด" 

ขณะนี้กรุงเทพมหานครมีโครงการร่วมกับรัฐบาลหลายโครงการลดผลกระทบและความรุนแรงของน้ำท่วมย่านบางกะปิยั่งยืน เช่น โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำไปคลองจั่น ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างแต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องลงทุนระยะยาว

  • กทม.เร่งระบายน้ำคลองสายหลัก

นายชัชชาติ กล่าวว่า ด้านการระบายน้ำพบขณะนี้คลองสายหลักเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลองแสนแสบที่ช่วยดึงน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่คลองจั่นและพื้นที่ต่อเนื่อง แต่จุดที่ระบายน้ำยากสุดขณะนี้คือคลองประเวศบุรีรมย์ เนื่องจากต้องรับน้ำจากฝั่งลาดกระบังส่งต่อไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนง ประกอบกับลำคลองมีความคดเคี้ยวมากจึงใช้เวลาระบายน้ำมาก

ทั้งนี้ได้หารือกับนายเอกนิติ เพื่อขอความช่วยเหลือจากกรมชลประทานและกองทัพเรือ นำเครื่องดันน้ำมาช่วยผลักดันมวลน้ำในคลองประเวศฯ ให้ไหลออกสู่ประตูระบายน้ำพนมสารคาม และประตูระบายน้ำพระโขนงได้รวดเร็วขึ้น

รวมทั้งกรุงเทพมหานครได้เครื่องสูบน้ำเต็มกำลังและระบายน้ำได้วันละ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าระดับน้ำในคลองหลักจะทยอยลดลงภายใน 2-3 วัน ส่วนในพื้นที่ชุมชนที่น้ำล้นคันกั้นน้ำเข้าไปคาดว่าใช้เวลาเร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าดูดระบายออก 7 วัน

ขณะที่การรับน้ำว่าบึงรับน้ำบึงหนองบอนมีความจุ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปัจจุบันมีศักยภาพรองรับน้ำเพิ่มอีก 3 ล้านลูกบาศก์เมตร  แต่การนำน้ำเข้าสู่บึงหนองบอนยังไม่สะดวก เนื่องจากต้องผ่านคลองหนองบอนที่ระบายได้ช้า ทำให้ปัจจุบันบึงหนองบอนช่วยรับน้ำได้หลักในพื้นที่ถนนเฉลิมพระเกียรติ

ดังนั้นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและกลาง รัฐบาลอนุมัติโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมจากคลองประเวศฯ ตรงสู่บึงหนองบอนแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้างจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้บึงหนองบอนทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำได้เต็มศักยภาพขึ้น