วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2569

Login
Login

เจ้าพระยา ทะลัก เกษตรฯ ดันระบาย 1,850 ลบ.ม. คุมเข้มไม่เกินเกณฑ์

กระทรวงเกษตรฯ เรียกประชุมด่วน รับมือฝนตกสะสม นครสวรรค์-ชัยนาท ดันกรมชลประทานขยับการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา พุ่ง 1,850 ลบ.ม./วินาที ยันยังปลอดภัยและอยู่ในกรอบ สทนช.

KEY POINTS

  • ฝนตกหนักในภาคเหนือตอนล่างส่งผลให้มวลน้ำไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรวดเร็ว จนระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาใกล้ถึงเกณฑ์วิกฤต
  • กระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทานปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • มีการควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนอย่างเข้มงวดไม่ให้เกินเกณฑ์ 17 เมตร เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งและผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลาง

สภาวะฝนตกสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและลำน้ำสาขา ส่งผลให้มวลน้ำไหลทะลักลงสู่ลำน้ำเจ้าพระยาอย่างรวดเร็ว จนระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจ่อทะลุเกณฑ์วิกฤต ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเปิดห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ถกแผนด่วนร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อปรับยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำแบบรายชั่วโมง ป้องกันผลกระทบวงกว้างในพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลางและพื้นที่เศรษฐกิจตอนล่าง

เจ้าพระยา ทะลัก เกษตรฯ ดันระบาย 1,850 ลบ.ม. คุมเข้มไม่เกินเกณฑ์

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าได้รายงานในที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ที่มี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา ช่วงเช้า วันที่ 26 ก.ย. 2569 ระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 16.94 เมตร ซึ่งใกล้เกณฑ์ควบคุมที่ 17 เมตร โดยกรมชลประทานต้องรักษาระดับน้ำไม่ให้เกินเกณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากจะทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เหนือเขื่อน และอาจส่งผลต่อความมั่นคงของตัวเขื่อน 

และจากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่า ระดับน้ำหน้าเขื่อนเพิ่มขึ้นประมาณชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร จึงได้ทยอยเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนเช้าวันนี้อยู่ที่ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเมื่อวาน 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังอยู่ในกรอบการระบายไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามที่ได้แจ้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ ไม่ได้เกิดจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ตอนบน เนื่องจากกรมชลประทานได้หน่วงน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ไว้ให้มากที่สุด ขณะที่ปริมาณน้ำที่สถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ เช้าวันนี้อยู่ที่ 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจากการประเมินว่าสถานการณ์ที่สถานี C2 ยังไม่น่ากังวล แต่จุดที่ต้องติดตามขณะนี้คือช่วงตั้งแต่นครสวรรค์ลงมาถึงชัยนาท เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ ประกอบกับน้ำจากลำน้ำสาขาไหลเข้ามาสมทบ ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนและระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนลุ่มน้ำป่าสัก ขณะนี้มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก กรมชลประทานจึงพยายามหน่วงน้ำไว้ในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี และบริหารการระบายน้ำท้ายเขื่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเหลื่อมช่วงเวลาของน้ำไม่ให้ลงมาสมทบพร้อมกัน

สำหรับด้านท้ายน้ำ กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเร่งระบายน้ำโดยตัดทางลัดบริเวณคุ้งบางกะเจ้า ช่วยลดระยะเวลาการไหลผ่านช่วงดังกล่าวจากประมาณ 5 ชั่วโมง เหลือประมาณ 10 นาที ก่อนระบายต่อออกสู่อ่าวไทย

เจ้าพระยา ทะลัก เกษตรฯ ดันระบาย 1,850 ลบ.ม. คุมเข้มไม่เกินเกณฑ์

ส่วนแนวทางบริหารจัดการน้ำในขณะนี้คือ หน่วงน้ำจากพื้นที่ตอนบน ควบคุมปริมาณน้ำในช่วงกลาง และเร่งระบายน้ำด้านท้ายออกสู่ทะเล เพื่อไม่ให้มวลน้ำจากแต่ละส่วนลงมาสมทบพร้อมกัน และลดผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนสถานการณ์ภาคตะวันออก โดยเฉพาะสระแก้วและปราจีนบุรี ยังต้องติดตามหลังมีฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่มาก เมื่อน้ำจากพื้นที่ไหลลงสู่ลำน้ำ อาจทำให้น้ำล้นตลิ่งในบางแห่ง กรมชลประทานได้ส่งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเข้าช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว

การปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาในครั้งนี้ สะท้อนถึง "ความท้าทายในการบริหารจราจรน้ำช่วงกลางลำน้ำ" ที่ภาครัฐไม่สามารถควบคุมปริมาณฝนสะสมและน้ำหลกจากลำน้ำสาขาได้ แม้จะสั่งหน่วงน้ำจากเขื่อนใหญ่ตอนบนไว้แล้วก็ตาม ยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรฯ ในขณะนี้คือการใช้ "โมเดลหน่วงบน-คุมกลาง-เร่งออกท้าย" เพื่อตรึงระดับการระบายน้ำไม่ให้เกินจุดวิกฤต 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะกระทบต่อพื้นที่ตลิ่งต่ำในแถบอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี การเปิดประตูคลองลัดโพธิ์เร่งระบายน้ำออกทะเลจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการบรรเทาแรงกดดัน อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณฝนเติมเข้ามาอีกในช่วงนครสวรรค์-ชัยนาท การทดสอบความแข็งแกร่งของระบบระบายน้ำภาคกลางจะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า