วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

รฟท. - เอเชียเอราวัน ลงนาม 28 ก.ย.นี้ เดินรถ ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ อีก 4 เดือน

การรถไฟฯ เตรียมลงนาม “เอเชียเอราวัน” 28 ก.ย.นี้ เดินหน้าบริหาร “แอร์พอร์ตลิงก์” ต่ออีก 4 เดือน ย้ำเอกชนต้องวางหลักประกัน 533 ล้านบาท ขณะที่แผนสำรอง เสนอบอร์ดอนุมัติหลักการให้ รฟฟท. เตรียมรับช่วงต่อให้บริการเดินรถ เร่งสำรวจทรัพย์สินเพื่อเตรียมงานซ่อมบำรุง และเจรจาค่าตอบแทนรับพนักงานเดิมเข้าองค์กร หวังให้บริการประชาชนไร้รอยต่อ

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่กำลังจะสิ้นสุด MOU กับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยระบุว่า ขณะนี้เอเชีย เอรา วัน ได้ทำหนังสือตอบกลับพร้อมลงนามให้บริการเดินรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ชั่วคราวเพื่อไม่ให้กระทบบริการประชาชน โดยจะดำเนินการต่อไปอีก 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 - 31 ม.ค. 2570 โดย รฟท. จะลงนาม MOU ฉบับใหม่กับ เอเชีย เอรา วัน ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ซึ่งเอกชนจะต้องวางหลักประกันเดินรถ จำนวน 533 ล้านบาท 

ขณะเดียวกัน วันนี้ (25 ก.ย.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. โดยมีวาระพิจารณาหลักการให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ซึ่งเป็นบริษัทลูก รฟท.รับเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หลังจากสิ้นสุด MOU กับเอกชน โดย รฟฟท.จะเข้าบริหารโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2570 ดังนั้นยืนยันว่าการให้บริการรถไฟรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรลลิงก์ให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่าง 4 เดือนนี้ รฟฟท. จะเริ่ม กระบวนการสำรวจทรัพย์สินและเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการ โดยเฉพาะในเรื่องของการตรวจสภาพขบวนรถ และระบบต่างๆ เพื่อให้พร้อมต่อการให้บริการกับประชาชน เบื้องต้น ได้เข้าสำรวจบางส่วนแล้วยืนยันว่าโบกี้ของรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ทั้งหมด ผ่านการซ่อมบำรุงตามข้อกำหนด และมีการซ่อมบำรุงใหญ่ตามรอบเรียบร้อย ดังนั้นสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้ได้เข้าไปตรวจสอบดูแล้วว่าโบกี้ที่ให้บริการอยู่นั้นผ่านการซ่อมบำรุงใหญ่มาแล้ว แต่ก็ต้องดูให้รอบคอบในทุกเรื่องว่ามีส่วนใดที่ต้องเตรียมความพร้อมซ่อมบำรุงอีกบ้าง” 

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า นอกจากการสำรวจทรัพย์สินแล้ว รฟฟท. ต้องเตรียมเจรจาเรื่องการ เปิดรับพนักงาน ของ เอเชีย เอรา วัน ทำงานให้บริการในรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รวมจำนวนประมาณ 300 คน จะเข้าทำสัญญาเป็นพนักงานของ รฟฟท. ต่อหรือไม่ โดยหากพนักงานส่วนนี้ทำสัญญาจ้างงานกับ รฟฟท. ก็จะต้องรับอัตราเงินเดือนตามฐานของ รฟฟท. กำหนด แต่ข้อดีของการรับพนักงานเดิม จะทำให้งานบริการเดินหน้าต่อได้ทันที 

ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้น รายได้ของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ อยู่ที่ประมาณเดือนละ 50 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสำหรับอัตราจ้างพนักงาน 300 คนอยู่ที่ประมาณ 19 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้น ยังมีเงินอีกประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน ที่ต้องนำไปวางแผนใช้สำหรับงานซ่อมบำรุง โดยจากตัวเลขข้างต้น รฟท.จึง ประเมินว่า การบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะไม่มีปัญหาเรื่องการจัดการค่าใช้จ่ายเรื่องบุคลากร แต่หากมีรายการเพิ่มเติมที่รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ก็จำเป็นต้องเสนอของบประมาณ