“คมนาคม” ขีดเส้น 1 ต.ค. นี้ ยกระดับบังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถ ชู “สมุดพก App” เป็นเครื่องมือกำกับและติดตามผู้ให้บริการแอปพลิเคชันอย่างเป็นระบบ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมยกระดับรถรับจ้าง ผ่านระบบแอปพลิเคชัน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยมีนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน 8 ราย ได้แก่ Grab, Bolt, inDrive, TADA, MAXIM, LINE MAN, Lalamove และ FINGOGO เข้าร่วม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก ปลอดภัย มีคุณภาพ และสามารถตรวจสอบได้ ควบคู่กับการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมภายใต้กติกาเดียวกัน นับจากการประกาศเจตจำนงความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทั้ง 8 ราย เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยพบว่าเกิดความตื่นตัวของผู้ขับรถในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจน จำนวนการออกใบอนุญาตขับรถสาธารณะใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ จากเฉลี่ย 2,915 ใบต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,839 ใบต่อเดือน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ จากเฉลี่ย 2,271 ใบต่อเดือน เพิ่มเป็น 9,383 ใบต่อเดือน หรือกว่า 3 เท่าตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือที่ผ่านมาเกิดผลเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ดี กระทรวงคมนาคม จะยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป กำหนดทั้งกับผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ผู้ขับรถ และรถที่นำมาให้บริการ ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งโทษจะแตกต่างกันไปตามฐานความผิด และอาจมีทั้งโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้จะนำมาตรการ “สมุดพก App” มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับและติดตามการดำเนินงานของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันอย่างเป็นระบบ โดยจะบันทึกและติดตามกรณีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การจ่ายงานให้ผู้ขับรถที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ หรือการจ่ายงานให้รถที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้แต่ละแพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบในการตรวจสอบผู้ขับรถและรถก่อนนำเข้าสู่ระบบให้บริการ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐสามารถติดตามผลการดำเนินงานของแต่ละแอปพลิเคชันได้อย่างต่อเนื่อง และใช้ประกอบการดำเนินมาตรการทางกฎหมายและทางปกครองตามระดับของการฝ่าฝืน ตั้งแต่การตักเตือน การระงับการให้บริการ ไปจนถึงการยกเลิกการรับรองแอปพลิเคชันในกรณีที่มีการฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่องหรือไม่ดำเนินการแก้ไข พร้อมประสานสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่การบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวด กรมการขนส่งทางบก ได้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งรถและผู้ขับรถสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ทั้งการขยายเวลาให้บริการเป็นกรณีพิเศษ และการประสานผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเพื่อนัดหมายผู้ขับรถเข้าดำเนินการขอรับใบอนุญาตเป็นกลุ่มเพื่อให้ผู้ขับรถสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องก่อนเริ่มยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
“กรมการขนส่งทางบกพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 ตุลาคมแล้ว การให้บริการจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานเดียวกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ารถทุกคันและผู้ขับรถทุกคนที่ให้บริการมีความถูกต้อง ปลอดภัย และตรวจสอบได้”
ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้รับบริการที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และสามารถตรวจสอบได้ ควบคู่กับการสร้างความรับผิดชอบของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันในการดูแลรถและผู้ขับรถในระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย และส่งเสริมการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม โปร่งใส ภายใต้กติกาและมาตรฐานเดียวกัน





