สทน. ร่วมกับกระทรวง อว. และเครือข่ายพันธมิตร มอบรางวัล FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026 บ่มเพาะผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีฉายรังสีมาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม ชู “หม่ำหมูย่างเตาถ่าน” คว้าชัย ยกระดับอาหารไทยสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
KEY POINTS
- สทน. ร่วมกับพันธมิตรจัดงานมอบรางวัล “FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026” เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการที่นำเทคโนโลยีฉายรังสีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสู่เชิงพาณิชย์
- เทคโนโลยีฉายรังสีช่วยแก้ปัญหาอายุการเก็บรักษาสั้นและความปลอดภัยทางชีวภาพในอาหารพื้นบ้าน เช่น หม่ำ ปลาส้ม ทำให้สามารถขยายตลาดสู่โมเดิร์นเทรดและส่งออกได้
- การฉายรังสีช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์โดยไม่ใช้ความร้อน ทำให้ผลิตภัณฑ์คงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูด
- โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารชุมชนให้พร้อมส่งออก และเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จริงในระดับอุตสาหกรรม
การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ใช่เรื่องของงานวิจัยบนหิ้งอีกต่อไป เมื่อสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันอาหาร วว. และ NIA จัดพิธีมอบรางวัล “FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026” ขึ้น ณ อาคารพระจอมเกล้า เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการที่ผ่านการบ่มเพาะเชิงลึก และสามารถนำนวัตกรรมฉายรังสีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์จนตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยและสเกลสู่การค้าได้จริง
- ยกระดับอาหารท้องถิ่นไทย ด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี
ในโครงสร้างอุตสาหกรรมอาหารไทย “อาหารพื้นบ้าน” คือ Soft Power ที่เต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าจุดอ่อนเรื้อรังที่คอยขัดขวางไม่ให้อาหารแปรรูปท้องถิ่นเติบโตสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ คือ “ข้อจำกัดด้านอายุการเก็บรักษา (Shelf-life) และมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ” สินค้าอย่าง หม่ำ ปลาส้ม หรือไตปลาคั่วกลิ้ง มักสุ่มเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์และการเน่าเสียเร็ว ทำให้ไม่สามารถขยายช่องทางจำหน่ายไปสู่โมเดิร์นเทรดหรือส่งออกต่างประเทศได้
ปรากฏการณ์ความสำเร็จของผู้ประกอบการในเวที FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026 โดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และเครือข่ายพันธมิตรนวัตกรรม จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันมอบรางวัลทั่วไป แต่คือ “การถอดรหัสปลดล็อกเศรษฐกิจฐานราก” ผ่านการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างแท้จริง
- เมื่อการฉายรังสีกลายเป็น Commercial Solution
มายาคติเดิมของผู้บริโภคที่เคยตั้งคำถามกับ “อาหารฉายรังสี” กำลังถูกทำลายลงด้วยผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ การนำเทคโนโลยีการฉายรังสีมาใช้ในอาหารแปรรูป ช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคโดยไม่ใช้ความร้อน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์คงรสชาติ สัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ครบถ้วน โดยไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูด
การที่ผลิตภัณฑ์ “หม่ำหมูย่างเตาถ่าน” คว้าชัยชนะอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับ “ณาณาไตปลาคั่วกลิ้ง” และ “ปลาส้มวังธรรม” สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า เทคโนโลยีฉายรังสีสามารถแก้โจทย์อาหารพื้นบ้านที่มีความเสี่ยงสูง ให้กลายเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมลุยช่องทางจำหน่ายสมัยใหม่ได้อย่างมั่นใจ
- ก้าวข้ามเทคโนโลยี สู่โมเดลธุรกิจครบวงจรผ่าน “The Radiation Tank”
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ชี้ให้เห็นหัวใจสำคัญว่า “เทคโนโลยีที่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีโมเดลธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ และความเข้าใจตลาดที่ชัดเจน”
แนวคิดการบ่มเพาะเชิงลึกผ่านกลไก The Radiation Tank จึงเปรียบเสมือน Accelerator ที่เปลี่ยนนักวิจัยและเกษตรกรให้กลายเป็น “ผู้ประกอบการนวัตกรรม” (Innovative Entrepreneur) โดยเน้นเชื่อมโยง 4 แกนหลัก:
Safety & Standards: ควบคุมการฉายรังสีให้พอดีและได้มาตรฐานความปลอดภัย
Packaging & Branding: ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รองรับการฉายรังสีและดึงดูดผู้บริโภค
Market Fit & Scaling: วิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคเพื่อขยายสเกลการผลิต
Financial Model: วางแผนธุรกิจให้เข้าถึงแหล่งทุนและสร้างกำไรได้จริง
- สร้าง S-Curve ใหม่ให้ท้องถิ่น
การขยับตัวของ สทน. และกระทรวง อว. ในครั้งนี้ ส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหาร 3 ประการ:
สร้างมาตรฐานใหม่ให้อาหารชุมชน: ยกระดับสินค้า OTOP และ SMEs ให้กลายเป็นนวัตกรรมอาหารที่มีความปลอดภัยระดับสูง (High-Safety Food)
เปิดประตูการส่งออก (Export Readiness): ทลายกำแพงมาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ (SPS) ทำให้สินค้าแปรรูปไทยกระจายสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น
การแปลงงานวิจัยเป็นรายได้ (Research Commercialization): สลายภาพจำงานวิจัยบนหิ้ง ให้กลายเป็นเครื่องมือปั๊มยอดขายและสร้างงานในท้องถิ่น
อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารไทยไม่ได้วัดกันที่ความอร่อยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่วัดกันที่ “ความสามารถในการควบคุมคุณภาพและกระจายสินค้า” เทคโนโลยีการฉายรังสีจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเทคโนโลยีขั้นสูงที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป แต่คือ “โซลูชันทางธุรกิจ” ที่จะเปลี่ยนอาหารพื้นบ้านธรรมดาให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ “ทำได้ ขายได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน” ในตลาดโลก





