วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

สทน. มอบรางวัล FOOD RAY 2026 ดันอาหารฉายรังสีสู่ตลาดจริง

สทน. ร่วมกับกระทรวง อว. และเครือข่ายพันธมิตร มอบรางวัล FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026 บ่มเพาะผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีฉายรังสีมาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม ชู “หม่ำหมูย่างเตาถ่าน” คว้าชัย ยกระดับอาหารไทยสู่ตลาดเชิงพาณิชย์

KEY POINTS

  • สทน. ร่วมกับพันธมิตรจัดงานมอบรางวัล “FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026” เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการที่นำเทคโนโลยีฉายรังสีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสู่เชิงพาณิชย์
  • เทคโนโลยีฉายรังสีช่วยแก้ปัญหาอายุการเก็บรักษาสั้นและความปลอดภัยทางชีวภาพในอาหารพื้นบ้าน เช่น หม่ำ ปลาส้ม ทำให้สามารถขยายตลาดสู่โมเดิร์นเทรดและส่งออกได้
  • การฉายรังสีช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์โดยไม่ใช้ความร้อน ทำให้ผลิตภัณฑ์คงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูด
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารชุมชนให้พร้อมส่งออก และเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จริงในระดับอุตสาหกรรม

การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ใช่เรื่องของงานวิจัยบนหิ้งอีกต่อไป เมื่อสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันอาหาร วว. และ NIA จัดพิธีมอบรางวัล “FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026” ขึ้น ณ อาคารพระจอมเกล้า เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการที่ผ่านการบ่มเพาะเชิงลึก และสามารถนำนวัตกรรมฉายรังสีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์จนตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยและสเกลสู่การค้าได้จริง

สทน. มอบรางวัล FOOD RAY 2026 ดันอาหารฉายรังสีสู่ตลาดจริง สทน. มอบรางวัล FOOD RAY 2026 ดันอาหารฉายรังสีสู่ตลาดจริง

  • ยกระดับอาหารท้องถิ่นไทย ด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี

ในโครงสร้างอุตสาหกรรมอาหารไทย “อาหารพื้นบ้าน” คือ Soft Power ที่เต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าจุดอ่อนเรื้อรังที่คอยขัดขวางไม่ให้อาหารแปรรูปท้องถิ่นเติบโตสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ คือ “ข้อจำกัดด้านอายุการเก็บรักษา (Shelf-life) และมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ” สินค้าอย่าง หม่ำ ปลาส้ม หรือไตปลาคั่วกลิ้ง มักสุ่มเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์และการเน่าเสียเร็ว ทำให้ไม่สามารถขยายช่องทางจำหน่ายไปสู่โมเดิร์นเทรดหรือส่งออกต่างประเทศได้

ปรากฏการณ์ความสำเร็จของผู้ประกอบการในเวที FOOD RAY GENIUS AWARDS 2026 โดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และเครือข่ายพันธมิตรนวัตกรรม จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันมอบรางวัลทั่วไป แต่คือ “การถอดรหัสปลดล็อกเศรษฐกิจฐานราก” ผ่านการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างแท้จริง

  • เมื่อการฉายรังสีกลายเป็น Commercial Solution

มายาคติเดิมของผู้บริโภคที่เคยตั้งคำถามกับ “อาหารฉายรังสี” กำลังถูกทำลายลงด้วยผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ การนำเทคโนโลยีการฉายรังสีมาใช้ในอาหารแปรรูป ช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคโดยไม่ใช้ความร้อน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์คงรสชาติ สัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ครบถ้วน โดยไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูด

สทน. มอบรางวัล FOOD RAY 2026 ดันอาหารฉายรังสีสู่ตลาดจริง

การที่ผลิตภัณฑ์ “หม่ำหมูย่างเตาถ่าน” คว้าชัยชนะอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับ “ณาณาไตปลาคั่วกลิ้ง” และ “ปลาส้มวังธรรม” สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า เทคโนโลยีฉายรังสีสามารถแก้โจทย์อาหารพื้นบ้านที่มีความเสี่ยงสูง ให้กลายเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมลุยช่องทางจำหน่ายสมัยใหม่ได้อย่างมั่นใจ

  • ก้าวข้ามเทคโนโลยี สู่โมเดลธุรกิจครบวงจรผ่าน “The Radiation Tank”

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ชี้ให้เห็นหัวใจสำคัญว่า “เทคโนโลยีที่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีโมเดลธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ และความเข้าใจตลาดที่ชัดเจน”

แนวคิดการบ่มเพาะเชิงลึกผ่านกลไก The Radiation Tank จึงเปรียบเสมือน Accelerator ที่เปลี่ยนนักวิจัยและเกษตรกรให้กลายเป็น “ผู้ประกอบการนวัตกรรม” (Innovative Entrepreneur) โดยเน้นเชื่อมโยง 4 แกนหลัก:

สทน. มอบรางวัล FOOD RAY 2026 ดันอาหารฉายรังสีสู่ตลาดจริง สทน. มอบรางวัล FOOD RAY 2026 ดันอาหารฉายรังสีสู่ตลาดจริง

Safety & Standards: ควบคุมการฉายรังสีให้พอดีและได้มาตรฐานความปลอดภัย

Packaging & Branding: ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รองรับการฉายรังสีและดึงดูดผู้บริโภค

Market Fit & Scaling: วิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคเพื่อขยายสเกลการผลิต

Financial Model: วางแผนธุรกิจให้เข้าถึงแหล่งทุนและสร้างกำไรได้จริง

  • สร้าง S-Curve ใหม่ให้ท้องถิ่น

การขยับตัวของ สทน. และกระทรวง อว. ในครั้งนี้ ส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหาร 3 ประการ:

สร้างมาตรฐานใหม่ให้อาหารชุมชน: ยกระดับสินค้า OTOP และ SMEs ให้กลายเป็นนวัตกรรมอาหารที่มีความปลอดภัยระดับสูง (High-Safety Food)

เปิดประตูการส่งออก (Export Readiness): ทลายกำแพงมาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ (SPS) ทำให้สินค้าแปรรูปไทยกระจายสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น

การแปลงงานวิจัยเป็นรายได้ (Research Commercialization): สลายภาพจำงานวิจัยบนหิ้ง ให้กลายเป็นเครื่องมือปั๊มยอดขายและสร้างงานในท้องถิ่น

อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารไทยไม่ได้วัดกันที่ความอร่อยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่วัดกันที่ “ความสามารถในการควบคุมคุณภาพและกระจายสินค้า” เทคโนโลยีการฉายรังสีจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเทคโนโลยีขั้นสูงที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป แต่คือ “โซลูชันทางธุรกิจ” ที่จะเปลี่ยนอาหารพื้นบ้านธรรมดาให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ “ทำได้ ขายได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน” ในตลาดโลก