วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

NIDA ALIGNMENT 2026 ถกเศรษฐกิจ-ผู้นำ ดันเครือข่ายรับอนาคต

Executive MBA นิด้า รุ่น 37 จัดงาน NIDA ALIGNMENT 2026 ภายใต้แนวคิด Connect • Inspire • Transform ดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมฉายภาพเศรษฐกิจไทย ย้ำจุดเปลี่ยน AI สู่สังคมสูงวัย และยุทธศาสตร์ผู้นำขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน

KEY POINTS

  • งาน NIDA ALIGNMENT 2026 เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ให้ผู้บริหารถกประเด็นเศรษฐกิจและแนวทางปรับตัวของธุรกิจไทยเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
  • วิเคราะห์ความท้าทายเศรษฐกิจไทย เช่น การเติบโตช้า สังคมสูงวัย และหนี้ครัวเรือน พร้อมชี้โอกาสจากการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัล
  • ผู้นำองค์กรต้องปรับตัวรับ 4 เมกะเทรนด์โลก (AI, ระเบียบโลกใหม่, ความยั่งยืน, การเปลี่ยนแปลงประชากร) และมุ่งสู่นวัตกรรมเศรษฐกิจใหม่
  • เน้นย้ำความสำคัญของการสร้างเครือข่ายผู้บริหาร (Execution Network) เพื่อเชื่อมโยงความรู้และโอกาสทางธุรกิจ ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง

ในยุคที่โลกธุรกิจไม่ได้หมุนด้วยความเร็วเท่าเดิม และกฎเกณฑ์ทางเศรษฐกิจกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ภายใต้ระเบียบโลกที่แปรผัน การจัดงาน NIDA ALIGNMENT 2026 โดยผู้บริหารในโครงการ Executive MBA รุ่นที่ 37 คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ภายใต้แนวคิด “Connect • Inspire • Transform” จึงไม่ใช่เพียงแค่งานสังสรรค์หรือเวทีวิชาการทั่วไป หากแต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพสะท้อน (Reflection) ของภาคธุรกิจไทยในการเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

  • ก้าวข้าม สังคมสูงวัย - หนี้ครัวเรือน - Geopolitical Fragmentation

การฉายภาพรวมเศรษฐกิจโดย ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนของประเทศไทย ทั้งภาวะการเติบโตที่โตช้ากว่าเพื่อนบ้าน การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และปรากฏการณ์ Thailand’s Two-Speed Economy หรือความเหลื่อมล้ำในการเติบโตระหว่างภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่ปรับตัวได้กับภาคประชาชนที่ยังจมอยู่กับภาระหนี้ครัวเรือน

NIDA ALIGNMENT 2026 ถกเศรษฐกิจ-ผู้นำ ดันเครือข่ายรับอนาคต

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ (New Engines of Growth) คือการไหลเข้าของเงินลงทุนตรงจากต่างชาติ (FDI) ในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าพุ่งสูงกว่า 1.36 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา สิ่งนี้สะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญ: เราจะเป็นเพียงผู้รับการลงทุน หรือจะเป็นผู้สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ผ่านการประยุกต์ใช้ AI ในโครงสร้างพื้นฐานและภาคการผลิต

  • จาก Megatrends สู่กรอบการปฏิบัติจริง (From Vision to Execution)

ในมิติของการบริหารและปรับตัวขององค์กร คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ตอกย้ำถึง 4 เมกะเทรนด์โลกที่จะเข้ามาดิสรัปต์ทุกอุตสาหกรรม ได้แก่:

NIDA ALIGNMENT 2026 ถกเศรษฐกิจ-ผู้นำ ดันเครือข่ายรับอนาคต

Human-Machine Hybrid Era: ยุคการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI

Shift in World Order: การปรับเปลี่ยนของระเบียบโลกและความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์

Sustainability & Climate Crisis: วิกฤตภูมิอากาศและแรงกดดันด้านความยั่งยืน

Demographic Shift: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

ทางรอดเดียวขององค์กรธุรกิจไทย คือการปรับเปลี่ยนสู่นวัตกรรมเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ผ่าน 4 เสาหลักกลยุทธ์: Extend Leadership (ขยายความเป็นผู้นำ), Embrace Technology (เปิดรับเทคโนโลยี), Highlight Green Commitment (มุ่งมั่นเรื่องความยั่งยืน) และ Power Up Organization (ยกระดับศักยภาพคนในองค์กร) ควบคู่ไปกับการปลูกฝัง Growth Mindset ในตัวผู้นำยุคใหม่ 

  • จิ๊กซอว์สำคัญในการ Transform องค์กร

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความรู้” (Knowledge) แต่คือ “เครือข่ายในการลงมือทำ” (Execution Network) พิธีส่งมอบงาน Alignment Handover จาก Executive MBA รุ่นที่ 37 สู่รุ่นที่ 38 และการรวมตัวของผู้บริหารภาคธุรกิจทั่วประเทศ จึงเป็นภาพสะท้อนของการสร้าง Ecosystem แห่งการเติบโต ที่หลอมรวมเอาทั้งทุนมนุษย์ นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

NIDA ALIGNMENT 2026 ถกเศรษฐกิจ-ผู้นำ ดันเครือข่ายรับอนาคต

NIDA ALIGNMENT 2026 กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ยุคแห่งการทำธุรกิจแบบเดิมได้จบลงแล้ว” การข้ามผ่านกับดักเศรษฐกิจโตช้าและการแข่งขันที่ผันผวน ไม่ได้พึ่งพาเพียงแกนใดแกนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการถอดรหัสภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค นำนวัตกรรมและ AI มาเพิ่มผลิตภาพ พร้อมกับการสร้างผู้นำที่มี Visionary Leadership เครือข่าย Executive MBA ที่แข็งแกร่งจึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงความรู้และโอกาส ที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยแปลง “วิสัยทัศน์” ให้กลายเป็น “ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน” ได้ในโลกจริง