"บสย." เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ "นาโนพลัส" วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
พ่อค้าแม่ค้า และอาชีพอิสระกว่า 100,000 ราย เข้าถึงสินเชื่อในระบบ-ลดปัญหาหนี้นอกระบบ ให้วงเงินค้ำประกัน 5,000 - 50,000 บาทต่อราย ยกเว้นค่าธรรมเนียมสูงสุด 4 ปี ช่วยลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ
โดยที่ผ่านมากลุ่มคนตัวเล็กมักขาดโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินเนื่องจาก ไม่มีสลิปเงินเดือน หรือขาดเอกสารหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องแบกรับความเสี่ยงจากการพึ่งพาหนี้นอกระบบ ที่บางแห่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 20% ต่อวัน เพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว กระทรวงการคลังได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมโอกาสทางการค้า เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ที่จำกัดสิทธิ์เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระจายรายได้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมองค์ความรู้และการใช้เทคโนโลยี (เช่น AI นกกระซิบ) เข้ามาช่วยจัดทำสรุปยอดขายรายวัน
ทั้งนี้ การมีข้อมูลสรุปยอดขาย จะทำให้ผู้ประกอบการมีเอกสารหลักฐานทางการเงินสำหรับใช้อ้างอิงในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารของรัฐและผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย (Non-bank) ได้
เชื่อมข้อต่อสุดท้ายผ่าน “บสย.”
นายเอกนิติ กล่าวต่อไปว่า แม้ผู้ประกอบการรายย่อยจะมีหลักฐานยอดขายแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังคงประสบปัญหา ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในการยื่นขอสินเชื่อ
ในการนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ถือเป็น “ข้อต่อสุดท้าย” ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจะเข้ามาทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อผ่าน โครงการค้ำประกันสินเชื่อ นาโนพลัส พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อลดภาระต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ
“การเข้ามาค้ำประกันของ บสย. จะเปิดโอกาสให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ และไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบอีกต่อไป ช่วยให้ SME มีเงินทุนหมุนเวียนขยายกิจการให้เติบโตขึ้นได้ กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่า การสร้างความเข้มแข็งให้แก่คนตัวเล็ก จะเป็นรากฐานสำคัญ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายเอกนิติกล่าว
‘บสย.’ เคาะวงเงินค้ำประกัน 5,000 - 50,000 บาทต่อราย
ด้านนายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป ของ บสย. กล่าวว่า “โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (Nano Plus)” จะช่วยสร้างโอกาสผ่านช่องทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย มีหลักเกณฑ์การพิจารณายืดหยุ่น เหมาสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนไม่สูงมากเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการค้าขาย ตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป
เริ่มจากการที่ บสย. เข้าไปช่วยดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต โดยมีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท เริ่มต้นในเฟสแรก 500 ล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกันสั้นไม่เกิน 4 ปี และใช้เครื่องมือ บสย. เครดิตสกอริ่ง (TCG Score) สำหรับคนตัวเล็กในการบริหารความเสี่ยง
โดยโครงการคาดว่าจะช่วย SME ได้รับสินเชื่อกว่า 100,000 ราย เฉลี่ยรายละ 20,000 บาท รักษาการจ้างงาน 146,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้ำประกันได้มากกว่า 9,860 ล้านบาท โดยชู 3 จุดเด่น ได้แก่
- วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ เริ่มต้น 5,000 บาท สูงสุด 50,000 บาท ต่อราย
- ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อ สูงสุด 4 ปี
- ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอด 4 ปี (คิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง Risk-based Pricing โดยสถาบันการเงินฯ และ Non-Bank ช่วยออกให้) และ บสย. ช่วยชดเชย NPL สูงสุด 5%
ปลดล็อกสภาพคล่อง ลดหนี้นอกระบบ
นายสิทธิกร กล่าวด้วยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สร้างผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว
กระทบต่อผู้ประกอบการ SMEs ทำให้คนตัวเล็กต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียนที่ไม่เพียงพอ สะท้อนจากสินเชื่อ SME ที่หดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 16 ติดต่อกัน
สิ่งนี้กลายเป็นโจทย์หลักของภาครัฐในการปลดล็อกสภาพคล่องให้กับ SMEs รายย่อย หรือ Micro SME ได้แก่ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และกลุ่มอาชีพอิสระ ที่ประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ
ซึ่งเป็นที่มาของการเปิดตัว นาโนพลัส ให้คนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ทำให้ บสย. สามารถค้ำประกันสินเชื่อครอบคลุมผู้ให้บริการทางการเงินทั้งระบบ ตั้งแต่ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ Non-Bank ตลอดจน Virtual Bank ที่กำลังเกิดขึ้น
โดยนาโนพลัส เป็นโครงการที่มุ่งเป้าช่วยเหลือกลุ่ม Micro SMEs ที่มีความเสี่ยงถูกปฏิเสธสินเชื่อสูง เนื่องจากข้อมูลทางการเงินไม่สมบูรณ์ ทำให้ที่ผ่านมาต้องหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ
ดังนั้น บสย. จึงขยายการค้ำประกันสินเชื่อไปสู่ผู้ให้บริการทางการเงินประเภท Non-Bank ที่ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs รายย่อย อาชีพอิสระ ที่ขาดคนค้ำประกัน สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับผู้ให้บริการทางการเงินกลุ่ม Virtual Bank อีกด้วย
“โครงการมุ่งเพิ่มสภาพคล่อง ช่วย SME คนตัวเล็ก พ่อค้า แม่ค้า ทั้งที่อยู่ในแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐบาล และกลุ่มที่ค้าขายทั่วไป ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวน และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น นาโนพลัสจะกระตุ้นให้สถาบันการเงินของรัฐ และ Non-Bank มีความเชื่อมั่นในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น และทำให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายยิ่งขึ้น” ดร.สิทธิกร กล่าว





