"ครม." มีมติแต่งตั้ง นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ เป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ รับตำแหน่งแทนนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยกรมสรรพากรมีภารกิจสำคัญที่ถูกจับตามอง ได้แก่ การจัดเก็บภาษีปีงบประมาณ 2570 ให้ได้ตามเป้าที่ 2.51 ล้านล้านบาท รวมถึงการเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป
“กระทรวงการคลัง” ปรับทัพผู้บริหารครั้งใหญ่ ในตำแหน่ง “อธิบดีกรมสรรพากร” แทนนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ทำให้ต้องมีการสรรหาผู้รับไม้ต่อในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ในกรมสรรพากร
ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 ก.ย. 2569 ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีมติอนุมัติการแต่งตั้ง “นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร กรมสรรพากร เป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่
ทั้งนี้ นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ จะเกษียณอายุราชการ พ.ศ. 2570 ปัจจุบันมีอายุราชการเหลือ 1 ปี
ประสบการณ์ทำงาน 5 ปีย้อนหลัง
- 2568 - ปัจจุบัน ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กรมสรรพากร
- 2566 - ปัจจุบัน กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- 2564 - ปัจจุบัน กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด
- 2563 - 2568 รองอธิบดีกรมสรรพากร
- 2564 - 2566 กรรมการ สถาบันการบินพลเรือน
- 2563 - 2563 ผู้อำนวยการกอง
- 2562 - 2563 สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10
- 2560 - 2562 สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 19
คุณวุฒิทางการศึกษา
- บริหารธุรกิจบัณฑิต (การบัญชี) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- หลักสูตร Director Certificate Program 344/2023 (DCP 344/2023)
- หลักสูตร “Great Leaders Online Series”
- หลักสูตรการบริหารจัดการความมั่นคงแห่งชาติ (บมช.) รุ่นที่ 14
- การสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและภัยคุกคามด้านไซเบอร์ (Security Awareness) สำหรับผู้บริหาร
- หลักสูตร Advanced Audit Committee Program (AACP) รุ่นที่ 51/2024
สำหรับ กรมสรรพากร ถือเป็นกรมภาษีที่มีความสำคัญ เนื่องจากมีฐานภาษีที่ใหญ่ที่สุดใน 3 กรม โดยในปีงบประมาณ 2570 ได้รับเป้าหมายการจัดเก็บภาษีสูงถึง 2,510,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ 2569 ที่ 2,447,100 ล้านบาท ราว 60,000 ล้านบาท ถือเป็นโจทย์ใหญ่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน เพราะรัฐบาลต้องออกมาตรการลดหย่อนมากขึ้น และอาจส่งผลให้ยอดจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ลดลง
พร้อมกันนี้ อธิบดีสรรพากรคนใหม่ จำต้องรับไม้ต่อภารกิจเร่ง สืบทรัพย์-เรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คืนแก่รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องกรมสรรพากรต่อศาลภาษีอากรกลาง ให้ระงับการอายัดทรัพย์สิน โดยกล่าวหาว่า สรรพากรอายัดซ้ำซ้อนและมิชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนางสาวสลักจิตแล้ว กระทรวงการคลังยังมีการโยกย้ายอีก 7 ตำแหน่ง ได้แก่
- นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้ กระทรวงการคลัง ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์
- นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)
- นายพลจักร นิ่มวัฒนา ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงการคลัง ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ สคร.
- นายคณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ได้รับแต่งตั้งเป็น รองปลัดกระทรวง
- นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ที่ปรึกษาสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
- นางธาราพร สิงหพันธุ์ มหิทธาฟองกุล ที่ปรึกษาด้านพัฒนาการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง
- นางสาวจิตรา ณีศะนันท์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี กรมสรรพากร เป็นรองปลัดกระทรวง





