วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘สรรพากร’ เชื่อมั่นปี 70 เก็บภาษีได้เกินเป้า 2.51 ล้านล้านบาท เร่งขยายฐานภาษี ใช้เทคโนโลยีส่องธุรกรรม

“สรรพากร” คาดผลจัดเก็บภาษีปีงบประมาณปี 2570 จะบรรลุเป้าหมายที่ 2.51 ล้านล้านบาท หลังปี 2569 คาดทำได้ทะลุเป้าหมาย 2% หลังยอดสะสม 11 เดือนแรกทำได้แล้วกว่า 2.16 ล้านล้านบาท หรือ 88.35% ของเป้า โดยมีปัจจัยหนุนจาก VAT ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีบุคคลธรรมดา ประกอบกับการใช้ยุทธศาสตร์ข้อมูลดึงผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบ

นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากร เชื่อว่าใน ปีงบประมาณ 2570 จะสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าที่ 2,510,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากฐานการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่เติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าจะจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมายราว 2%

โดยผลการดำเนินงานใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมสรรพากร สามารถทำผลงานได้เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด โดยในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ถึงเดือนส.ค.2569) กรมสรรพากร จัดเก็บภาษีสะสมได้แล้ว 2,162,122 ล้านบาท คิดเป็น 88.35% ของประมาณการรายได้ทั้งปีที่ตั้งไว้ 2,447,100 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.2%และสูงกว่าประมาณการ 3.7%

‘สรรพากร’ เชื่อมั่นปี 70 เก็บภาษีได้เกินเป้า 2.51 ล้านล้านบาท เร่งขยายฐานภาษี ใช้เทคโนโลยีส่องธุรกรรม

ภาพรวมการจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2569 เมื่อรวมผลการจัดเก็บในเดือน ก.ย. แล้ว คาดว่าจะจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการประมาณ 40,000–50,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 2% โดยจะดันยอดจัดเก็บภาษีรวมทั้งปี 2569 ขึ้นไปแตะระดับเกือบ 2.5 ล้านล้านบาท

โดยภาษีหลักที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากการนำเข้าและราคาพลังงาน รวมถึงภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เติบโตขึ้นทุกหมวด ดังนั้น จึงมองว่ายอดรายได้ที่ขยายตัวในปี 2569 จะกลายเป็นฐานในการก้าวไปสู่เป้าหมายปี 2570

‘สรรพากร’ เชื่อมั่นปี 70 เก็บภาษีได้เกินเป้า 2.51 ล้านล้านบาท เร่งขยายฐานภาษี ใช้เทคโนโลยีส่องธุรกรรม

 

ยุทธศาสตร์ Data Analytics และการขยายฐานภาษีเข้าสู่ระบบ

อธิบดีกรมสรรพากร ชี้ให้เห็นถึงเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้การจัดเก็บภาษีบรรลุผลสำเร็จว่า เกิดจากการนำกลยุทธ์ Data Analytics และ Digital Technology มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมจริง ประกอบกับการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ส่งเสริมการบริโภคและการลงทุนในประเทศ

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำผู้มีหน้าที่เสียภาษีรายใหม่เข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยในช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 สามารถดึงผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบภาษีได้ถึง 173,579 ราย

ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการออนไลน์จำนวน 56,091 ราย ขณะที่ฐานผู้ยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดามีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% หรือเพิ่มขึ้นราว 400,000–500,000 รายต่อปี

ชูระบบบริการดิจิทัล เก็บภาษีตามจริง

อีกหนึ่งปัจจัยหนุนสำคัญคือความก้าวหน้าด้านบริการดิจิทัลของ สรรพากร ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความสมัครใจในการเสียภาษี ดังจะเห็นได้จาก:

  • ระบบ e-Filing: มีสัดส่วนการยื่นแบบแสดงรายการภาษีสูงถึง 96.05% ของแบบทั้งหมด
     
  • ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt: มีผู้ประกอบการใช้งาน 22,259 ราย ครอบคลุมสถานประกอบการ 207,965 แห่ง
     
  • ระบบ e-Withholding Tax: มีผู้ใช้งาน 20,240 ราย
     
  • นวัตกรรมใหม่: การขยายบริการยื่นแบบผ่าน Open API, ระบบ e-Stamp Duty และระบบยื่นแบบภาษีมรดกออนไลน์

“แม้ประมาณการรายได้ปี 2570 จะเป็นการวางแผนล่วงหน้าตามขั้นตอน แต่การจัดเก็บจริงของกรมสรรพากรเน้นจัดเก็บตามฐานข้อมูลพฤติกรรมและการบริโภคที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้พึ่งพา GDP เพียงอย่างเดียว ดังนั้น ด้วยฐานภาษีที่กว้างขึ้นและความแม่นยำของระบบข้อมูลดิจิทัลในปัจจุบัน จึงมั่นใจได้ว่าเป้าหมายการจัดเก็บภาษี 2.51 ล้านล้านบาทในปีงบประมาณ 2570 จะบรรลุผลสำเร็จได้ตามแผนที่วางไว้” 

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า กรมสรรพากรได้ทำการศึกษามาตรการภาษีต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนข้อมูลให้แก่กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกำหนดภาพใหญ่ในระดับนโยบาย โดยสำหรับขอบเขตที่มีการศึกษารวมถึง

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: การปรับโครงสร้างภาษีและการปรับปรุงระบบการหักค่าลดหย่อน
     
  • ภาษีธุรกิจและสินค้า: แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีเงินได้นิติบุคคล
     
  • มาตรการออมและการลงทุน: การศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับมาตรการ TISA

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมสรรพากรย้ำว่า รายละเอียดของมาตรการและแนวทางการปฏิรูปส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและถือเป็นความลับทางราชการ

 “ภาษีเดินทางต่างประเทศ” เน้นรอบคอบ-ไม่เลือกปฏิบัติ

นอกจากมาตรการปฏิรูปภาษีข้างต้นแล้ว กรมสรรพากรยังอยู่ระหว่างการศึกษาทบทวนพระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2526

อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันและบริบททางกฎหมาย รวมถึงรัฐธรรมนูญได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยกฎหมายเดิมมีการจัดเก็บเฉพาะผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งอาจมีประเด็นเรื่องการเลือกปฏิบัติ การเสนอกฎหมายหรือการปรับปรุงมาตรการในเรื่องนี้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งสรรพากรได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด