“เอกนิติ" ย้ำโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย เสริมความรู้-เพิ่มยอดขาย-เติมทุน ดันเศรษฐกิจฟื้นตัวยั่งยืน
KEY POINTS
- รองนายกฯเอกนิติย้ำโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" มุ่งยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยโดยการให้ความรู้และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ เช่น ระบบ POS และการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มออนไลน์
- นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขายและพฤติกรรมลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการร้านค้า ลดต้นทุน และเพิ่มกำไร
- อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชัน โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินและ บสย. เพื่อช่วยค้ำประกันสินเชื่อ
วันนี้ (21 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเปิดงานสัมนา ”LINE MAN Wongnai Merchant AI Accelerator” สัมนาเสริมพลัง AI อัปสกิลใหม่ให้ร้านอาหาร พาเศรษฐกิจไทยทันโลกว่าโครงการ "ไทยช่วยไทย" เริ่มต้นขึ้นจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนและร้านค้ารายย่อยในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐ และวิกฤตการณ์พลังงานในช่วงปลายปีที่ผ่านมาโดยภาครัฐได้เข้ามาช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนประมาณ 26 ล้านคน ควบคู่กับการยิงนกทีเดียวได้สองตัว คือช่วยเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยไปพร้อมกัน
นายเอกนิติ กล่าวว่าการดึงลูกค้ามาให้เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำความรู้ เทคโนโลยี และการปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลไปมอบให้แก่ผู้ประกอบการด้วย จึงเป็นที่มาของคำว่า "พลัส" ในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เช่น การสอนใช้งานระบบขายหน้าร้านและบริหารจัดการร้านค้าแบบครบวงจร (POS) และการเชื่อมโยงร้านค้าเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ เช่น Line Man และ Wongnai ซึ่งช่วยให้ร้านค้าขยายช่องทางการขายจากเดิมในตลาดไปสู่ระบบออนไลน์ ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษายอดขายที่ดีไว้ได้อย่างต่อเนื่องแม้จะจบโครงการไปแล้ว
สำหรับข้อดีของการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยกระดับผู้ประกอบการ นายเอกนิติ ระบุว่า โครงการได้นำเทคโนโลยี AI เช่น ระบบ "Genie" หรือนกกระซิบเข้ามาช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย AI จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ข้อมูลยอดขาย คาดการณ์ช่วงเวลาขายดี และคำนวณต้นทุนต่อหน่วย ช่วยให้ร้านค้าวางแผนจัดเก็บสต็อกสินค้าได้ตรงกับความต้องการในแต่ละวัน ลดปริมาณสินค้าเหลือทิ้งปลายวัน ลดความรั่วไหล และช่วยเพิ่มกำไรได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการไม่เพียงแค่ขายดีขึ้น แต่ยังขายเก่งขึ้นจากการใช้ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการ
นอกจากมิติทางเทคโนโลยีแล้ว โครงการยังมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยการนำธนาคารและสถาบันการเงินเข้ามาให้บริการบนแอปพลิเคชันที่ผู้ประกอบการใช้อยู่แล้ว เช่น ถุงเงิน และ Line Man ทำให้สามารถยื่นขอสินเชื่อ เช่น สินเชื่อนกกระซิบ ได้ทันทีโดยใช้ข้อมูลธุรกรรมในระบบ อีกทั้งยังจับมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์ เพื่อเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจ และป้องกันไม่ให้ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบตามเสาไฟฟ้า
"โครงการไทยช่วยไทย Plus เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการนำความรู้และเทคโนโลยีมาอัพสเกลให้แก่พละกำลังหลักอย่างพ่อค้าแม่ค้า เพื่อช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ และเมื่อผ่านพ้นวิกฤตไปแล้ว ผู้ประกอบการและคนไทยจะกลับมามีความแข็งแกร่ง มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน" นายเอกนิติ กล่าว





