“ศุภจี” เผย ไทย-UAE เตรียมกลับมาเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจกันอีกครั้ง หลังหยุดไปตั้งแต่รอบ 4 ช่วงปลายปี 66 แม้คืบหน้าแล้วกว่า 80% เหตุตกลงประเด็นอ่อนไหวของไทยไม่ได้ แต่ล่าสุด ตกลงกันได้แล้ว คาดปิดดีลได้เร็วแน่นอน
KEY POINTS
- ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตรียมกลับมาเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) อีกครั้ง หลังการเจรจาหยุดชะงักไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2566
- การเจรจาสามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายหาข้อสรุปร่วมกันในประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ได้แล้ว โดยการเจรจาคืบหน้าไปแล้วกว่า 80%
- คาดว่าความตกลง CEPA จะช่วยเพิ่ม GDP ของไทยได้ 318-357 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ 190-243 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหาร ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ว่า ขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงที่จะกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง หลังจากการเจรจาครั้งที่ 4 ช่วงเดือนก.ย.66 สิ้นสุดลง และยังไม่ได้กลับมาเจรจากันอีก เพราะยังมีบางประเด็นที่ยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ แม้ในครั้งล่าสุด การเจรจามีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80%
“ในประเด็นที่ยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ ขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้แล้ว จึงจะกลับมาเจรจาในส่วนที่เหลือ หรือปิดการเจรจาให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงในการสร้างแต้มต่อทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านต่างๆ ได้โดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ และประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทย-UAE ออกแถลงการณ์ประกาศเปิดการเจรจา CEPA อย่างเป็นทางการผ่านระบบการประชุมทางไกลเมื่อวันที่ 9 พ.ค.66 และได้เจรจากันมาแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 26-28 ก.ย.66 และในครั้งนี้ สามารถสรุปผลการเจรจาได้เกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบางประเด็น และบางสินค้า ที่เป็นความอ่อนไหวของไทย และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ หากเปิดเสรีให้กับ UAE ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องหารือกันอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับทุกภาคส่วน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกร่วมกันแบบที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดกับไทย จนนำมาซึ่งการกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง และคาดว่า จะปิดการเจรจาได้ในเร็วๆ นี้
สำหรับ การจัดทำ CEPA ไทย-UAE นั้น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ศึกษาความเป็นไปได้ของความตกลงฉบับนี้มาตั้งแต่ปี 67 และพบว่า เมื่อบังคับใช้แล้ว จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทยเพิ่มขึ้นได้อีก 318-357 ล้านดอลลาร์ การส่งออกภาพรวม เพิ่มขึ้นอีก 190-243 ล้านดอลลาร์
โดยสินค้าที่คาดว่าไทยจะส่งออกไป UAE ได้มากขึ้น เช่น อาหาร, สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย, ผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์, ไม้, ยางพารา, พลาสติก, เคมีภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์และชิ้นส่วน ส่วนสาขาบริการที่คาดว่าจะมีธุรกรรมระหว่างกันเพิ่มขึ้น เช่น การขนส่ง, การเงิน และบริการด้านธุรกิจ




