วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

กรมการข้าวชู ข้าวคาร์บอนต่ำ ปลดล็อก 2 เด้ง สร้างรายได้คาร์บอนเครดิต-ฉลากคาร์บอน

กรมการข้าวเดินหน้าดันชาวนาไทยสู่ยุค “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ลุยเป้าหมาย 1 แสนไร่ในปี 2569 ชี้ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 5 หมื่นตันคาร์บอนต่อปี พร้อมสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 2 ช่องทาง ทั้งการอัพราคาด้วย “ฉลากคาร์บอน” และการขาย “คาร์บอนเครดิต” ในราคาไร่ละ 200 บาท ต่อรอบการผลิต

KEY POINTS

  • กรมการข้าวส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้งเพื่อผลิต "ข้าวคาร์บอนต่ำ" ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดต้นทุนการผลิต
  • สร้างโอกาสให้ชาวนามีรายได้เพิ่ม 2 ช่องทาง คือ การขาย "คาร์บอนเครดิต" และการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย "ฉลากคาร์บอน"
  • การขายคาร์บอนเครดิตเป็นรายได้เสริมจากการลดการปล่อยก๊าซ โดยมีตัวอย่างชาวนาที่ขายได้จริงในราคา 200 บาทต่อไร่ต่อรอบการผลิต
  • การขอฉลากคาร์บอนจาก อบก. ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ข้าวน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสร้างความได้เปรียบในตลาด

การทำนาน้ำขังแบบเดิมกำลังถูกเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อกรมการข้าวมุ่งส่งเสริมการผลิต “ข้าวคาร์บอนต่ำ” (Low Carbon Rice) ผ่านเทคนิคทำนาแบบเปียกสลับแห้งที่ไม่เพียงช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเซฟต้นทุนค่าน้ำมัน-ค่าปุ๋ย ให้ชาวนาเท่านั้น แต่ยังกลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่ม นอกเหนือจากการขายผลผลิตข้าวสารแบบเดิมๆ

กรมการข้าวชู  ข้าวคาร์บอนต่ำ ปลดล็อก 2 เด้ง สร้างรายได้คาร์บอนเครดิต-ฉลากคาร์บอน กรมการข้าวชู  ข้าวคาร์บอนต่ำ ปลดล็อก 2 เด้ง สร้างรายได้คาร์บอนเครดิต-ฉลากคาร์บอน

นายนพดล ประยูรสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา กรมการข้าว เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Rice ของกรมการข้าว ภายใต้การนำของนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว นอกจากเป็นการยกระดับการผลิตข้าวไทยสู่ระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังช่วยในด้านการลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้ชาวนาผ่านตลาดข้าวคุณภาพ และตลาดคาร์บอนเครดิตด้วย 

โดยคาร์บอนเครดิตจากนาข้าว เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคตให้แก่ชาวนาไทย ซึ่งในปี 2569 นี้ กรมการข้าวมีเป้าหมายดำเนินการใน 25 จังหวัด พื้นที่รวม 1 แสนไร่ และจะดำเนินการขยายผลเป็น 1 ล้านไร่ต่อไป ซึ่งจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 50,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

“โครงการนี้เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านตลาดข้าวคุณภาพ สามารถทำได้โดยการขอรับรองฉลากคาร์บอน จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ติดอยู่บนผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้านั้น ๆ ตั้งแต่การหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดหลังใช้งาน ช่วยให้ผู้บริโภคใช้เป็นข้อมูลช่วยตัดสินใจในการเลือกซื้อ ซึ่งมีตัวอย่างความสำเร็จแล้ว ได้แก่ “กลุ่มชาวนารวมใจ” ศูนย์ข้าวชุมชนคลอง 13 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ถือเป็นเกษตรกรกลุ่มแรกของภาคกลางที่ผลิตภัณฑ์ข้าวสารผ่านการรับรองฉลากคาร์บอน” นายนพดล กล่าว

ส่วนการซื้อขายคาร์บอนเครดิต สามารถทำได้ใน 2 รูปแบบ คือ การซื้อขายผ่านตลาดคาร์บอนเครดิตอย่างเป็นทางการ ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และการซื้อขายแบบทวิภาคี (OTC) เป็นการตกลงซื้อขายโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยไม่ผ่านตลาดกลาง ซึ่งตัวอย่างความสำเร็จ เช่น นายพิชิต เกียรติสมพร ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่สามารถต่อยอดสู่การขายคาร์บอนเครดิตได้จริง สร้างช่องทางรายได้ใหม่นอกเหนือจากการขายผลผลิตข้าว

กรมการข้าวชู  ข้าวคาร์บอนต่ำ ปลดล็อก 2 เด้ง สร้างรายได้คาร์บอนเครดิต-ฉลากคาร์บอน

โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2564 หลังนายพิชิตเข้าร่วมงานสัมมนาที่จัดโดยกรมการข้าว ซึ่งมีภาคเอกชนมาถ่ายทอดความรู้เรื่องการปลูกข้าวรักษ์โลกและแนวทางการขายคาร์บอนเครดิต จุดประกายให้เขาสนใจปรับเปลี่ยนวิธีทำนาน้ำขังแบบเดิม มาเป็นการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยลดการเกิดก๊าซมีเทนในดิน

“ผลลัพธ์จากการปรับเปลี่ยนช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันสูบน้ำ ค่าปุ๋ย และสารเคมี และได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีรายได้จากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิต โดยการปลูกข้าวแบบเดิมในพื้นที่ 1 ไร่ จะปล่อยคาร์บอนประมาณ 2 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เมื่อเปลี่ยนวิธีการผลิตที่ลดปริมาณการปล่อยก๊าซได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทผู้รับซื้อจะรับซื้อคาร์บอนเครดิตในราคา 200 บาทต่อไร่ต่อรอบการผลิต ดังนั้นหากพี่น้องชาวนาที่สนใจหรือมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวหรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวใกล้บ้าน” นายนพดล กล่าว

กรมการข้าวชู  ข้าวคาร์บอนต่ำ ปลดล็อก 2 เด้ง สร้างรายได้คาร์บอนเครดิต-ฉลากคาร์บอน

การขับเคลื่อนโครงการข้าวคาร์บอนต่ำในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับภาคเกษตรกรรมไทย จากเดิมที่มองเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็น “ภาระค่าใช้จ่าย” ให้กลายเป็น “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” อย่างชัดเจน ผ่านกลไกฉลากคาร์บอนและตลาดคาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือการเร่งขยายผลจากเป้าหมาย 1 แสนไร่ ไปสู่ 1 ล้านไร่ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งต้องอาศัยการสร้างความรู้และความเข้าใจให้ชาวนาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างทั่วถึง หากทำได้จริง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ข้าวไทยในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน