กรมการข้าว เร่งขับเคลื่อนนโยบาย “ข้าวไทย 5 ทัน” สู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำร่องนาข้าวคาร์บอนต่ำ ณ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ถือฤกษ์ดี “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” พื้นที่ 2,000 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยได้รับความร่วมมือแบบครบวงจรจากภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน พร้อมเปิดจุดรับซื้อผลผลิตในราคาเป็นธรรม รองรับการขอรับรองคาร์บอนเครดิตในอนาคต มุ่งยกระดับข้าวไทยสู่ตลาดสากล ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเป็นต้นแบบขยายผลสู่เป้าหมาย 1 ล้านไร่ทั่วประเทศต่อไป
นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดโครงการนำร่องนาข้าวคาร์บอนต่ำ ณ แปลงนาสาธิต หมู่ที่ 8 ต.ย่านยาว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมการข้าว กับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัท วรรณภพ จำกัด, บริษัท กรีนแคล (ประเทศไทย) จำกัด,บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด และภาคเกษตรกรในพื้นที่อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี จำนวน 400 ราย โดยการจัดงานในวันนี้ถือฤกษ์ดี “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” โดยพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกในวันนี้ได้แก่พันธุ์ปทุมธานี 1 โครงการนี้มีพื้นที่เป้าหมาย 2,000 ไร่ มีเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว และมีภาคเอกชนเปิดจุดรับซื้อผลผลิตในพื้นที่
“ การดำเนินโครงการนำร่องนาข้าวคาร์บอนต่ำนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มอบนโยบาย “ข้าวไทย 5 ทัน” ภายใต้วิสัยทัศน์ “ข้าวไทย 5 ทัน สู่ข้าวคาร์บอนต่ำ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เชื่อมตลาดโลก” และให้กรมการข้าวเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice)”
เพื่อยกระดับการผลิตข้าวไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ดังนั้นโครงการนำร่องนาข้าวคาร์บอนต่ำในพื้นที่ ต.บ้านสระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี พื้นที่เป้าหมาย 2,000 ไร่ จึงเกิดขึ้นและจะเป็นต้นแบบขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศให้ได้ตามเป้าหมายต่อไป
️สำหรับโครงการนำร่องนาข้าวคาร์บอนต่ำจ.สุพรรณบุรีนี้ เป็นความก้าวหน้าของความร่วมมือกันระหว่างกรมการข้าว และบริษัทวรรณภพ จำกัด ที่ได้ทำบันทึกความเข้าใจร่วมกันเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการดำเนินโครงการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำนำร่องในจ.สุพรรณบุรี พื้นที่ 2,000 ไร่ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ยกระดับข้าวไทยสู่ตลาดสากล และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยกรมการข้าวมอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีเป็นหน่วยงานดูแลแปลงต้นแบบ
ขณะที่บริษัทวรรณภพ จำกัด จะเป็นหน่วยรับซื้อผลผลิต บริษัท กรีนแคล (ประเทศไทย) จำกัด จะทำหน้าที่เชื่อมโยงตลาดและรับซื้อผลผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด รับผิดชอบการจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาระบบตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (MRV) เพื่อรองรับการขอรับรองคาร์บอนเครดิตในอนาคต นับได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ถึงการดำเนินงานที่ครบวงจรอย่างแท้จริง
ด้านนางสาวธัญวรรณ พัฒผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วรรณภพ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งของภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องนาข้าวคาร์บอนต่ำ ในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี รู้สึกดีใจที่กรมการข้าวดำเนินโครงการนำร่องข้าวคาร์บอนต่ำ เพราะไม่ใช่เพียงแค่วันนี้ได้หว่านข้าวคาร์บอนต่ำเท่านั้นแต่เป็นเสมือนการหว่านความหวังของเกษตรกร ที่ปลูกข้าวคาร์บอนต่ำที่เชื่อว่าการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำจะเป็นอนาคต ในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้มีความมั่นคง ชัดเจนและแน่นอน ซึ่งเกษตรกรไทยที่ปลูกข้าวคาร์บอนต่ำจะเป็นคำตอบที่ดีให้กับเกษตรกรในเรื่องการทำนาลดโลกร้อน และเป็นการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ มีต้นทุนที่เหมาะสมและมีตลาดรองรับที่ดี



