“Cognite” มองการเติบโตของเอไอสร้างวิกฤตพลังงานจากการขยายตัวของดาต้าเซนเตอร์ หนุนภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่าน นำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้าเดิม เร่งรวมฐานข้อมูลเป็นเอกภาพ วางยุทธศาสตร์ AI ตอบโจทย์ธุรกิจ
นายทีเอส ปาร์ค ประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี บริษัทซอฟต์แวร์ AI อุตสาหกรรม Cognite เปิดเผยในงาน Gastech 2026 หัวข้อ “AI, electrification, and the grid imperative” ว่า การใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน เช่น การส่งคำสั่งค้นหาใน ChatGPT ที่เพิ่มขึ้น ผลักดันให้มีการเร่งสร้าง AI Datacenter จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา นำไปสู่การใช้พลังงานอย่างมหาศาล
ทำให้รัฐบาลต้องจำกัดการสร้าง Datacenter ในบางประเทศ เนื่องจากทำให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานในเขตที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง หลังนวัตกรรมและการประมวลผล AI เติบโตอย่างรวดเร็ว เกินกว่ารัฐบาลจะสร้างโรงไฟฟ้าหรือสายส่งใหม่ได้ทันเวลา
ทางแก้คือการนำ AI มาช่วยบริหารจัดการ "ระบบกระจายไฟฟ้า" จากโครงสร้างที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟได้ถึง 10–20% ขณะที่การใช้ AI ช่วยบำรุงรักษาจะช่วยลดการหยุดทำงานนอกแผนได้ 2–3% ทั้งหมดช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างผลกระทบทางการเงิน โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ในภาพรวม ภาคอุตสาหกรรมกำลังเคลื่อนตัวจากยุคเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (DX) สู่ยุค AI Transformation (AX) ซึ่งเป็นการนำข้อมูลดิจิทัลมาปรับใช้ร่วมกับ AI เพื่อปฏิรูปกระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กรอย่างสิ้นเชิง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการดำเนินงานแบบอัตโนมัติที่ AI สามารถวิเคราะห์และสั่งการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง
“อุปสรรคของการนำ AI มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่ความซับซ้อนของโมเดล แต่คือการขาดแคลนฐานข้อมูลที่เป็นเอกภาพ เนื่องจากข้อมูลในโครงข่ายอุตสาหกรรมมีความกระจัดกระจายหรือถูกแยกส่วน ทำให้AIไม่สามารถดึงข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจได้ ส่งผลให้โครงการAIส่วนใหญ่ล้มเหลวในระยะทดลอง และไม่สามารถขยายผลได้จริง”
ดังนั้น AI จึงต้องได้รับการพัฒนาบนฐานข้อมูลที่ดี โดยต้องเริ่มจากการไม่มองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ แต่ต้องมีการทำแผนพัฒนาที่ชัดเจนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถบริหารจัดการ เรียนรู้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาแอปพลิเคชันจาก AI





