วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

'ไทย' ร่วมเป็นเจ้าภาพ 'INFOFISH TUNA 2026' ชูส่งออกยั่งยืน

ไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพ INFOFISH TUNA 2026 ตอกย้ำศูนย์กลางแปรรูปส่งออกระดับโลก ดันเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ยกระดับอุตสาหกรรมยั่งยืน

KEY POINTS

  • ประเทศไทย โดยกรมประมง ร่วมกับ INFOFISH เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมและแสดงสินค้าระดับโลก INFOFISH TUNA 2026 ครั้งที่ 19
  • การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมทูน่าโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy)
  • เพื่อตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออกผลิตภัณฑ์ทูน่าที่สำคัญของโลก

กรมประมง จับมือ INFOFISH จัดงาน INFOFISH TUNA 2026 ครั้งที่ 19 ชูแนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ผนึกผู้นำทั่วโลกกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมทูน่า พร้อมตอกย้ำไทยในฐานะศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออกทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลก

'ไทย' ร่วมเป็นเจ้าภาพ 'INFOFISH TUNA 2026' ชูส่งออกยั่งยืน

นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า งานประชุมและจัดแสดงสินค้าระหว่างประเทศ The 19th INFOFISH World Tuna Trade Conference & Exhibition “INFOFISH TUNA 2026” ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “การเสริมสร้างการผนึกกำลังในห่วงโซ่คุณค่า เศรษฐกิจสีน้ำเงิน และความยั่งยืนในอุตสาหกรรมทูน่าโลก” ร่วมกับ องค์การระหว่างประเทศด้านข่าวสารการตลาดและบริการแนะแนวด้านเทคนิคของสินค้าสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (INFOFISH)

 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของผู้นำระดับสูง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมปลาทูน่า ผ่านการกำหนดทิศทางและพัฒนาอุตสาหกรรมทูน่า ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างรับผิดชอบ ตามแนวทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน 

'ไทย' ร่วมเป็นเจ้าภาพ 'INFOFISH TUNA 2026' ชูส่งออกยั่งยืน

"การประชุมและจัดแสดงสินค้าระหว่างประเทศ “INFOFISH TUNA” เป็นงานที่จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมทูน่า ซึ่งมีความสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากปลาทูน่าเป็นทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าทางการค้าและการจ้างงาน" 

 อีกทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากทะเลที่มีความสำคัญต่อประชากรทั่วโลก จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมทูน่า โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ที่สุดของโลก จากการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งเห็นได้จากปี 2568 ไทยมีการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่าประมาณ 737,135 ตัน คิดเป็นมูลค่า 43,031 ล้านบาท และส่งออกปลาทูน่ากระป๋อง และผลิตภัณฑ์แปรรูปประมาณ 542,814 ตัน คิดเป็นมูลค่า 76,666 ล้านบาท

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังครองส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์ทูน่าแปรรูปในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาเกือบร้อยละ 30 ของมูลค่าการนำเข้าทูน่าทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมทูน่าไทยในด้านการผลิตและการส่งออก ตลอดจนบทบาทสำคัญในตลาดระหว่างประเทศ

การประชุมดังกล่าวฯ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมทูน่าซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากปลาทูน่าเป็นทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าทางการค้าและการจ้างงาน และยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่มีความสำคัญต่อประชากรทั่วโลก จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยได้รับเลือกในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 สะท้อนถึงบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการแปรรูปและการค้าทูน่าที่สำคัญของโลก ถึงแม้ว่า

ไทยจะไม่ใช่ประเทศหลักในการจับปลาทูน่า แต่เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการนำเข้า แปรรูป และส่งออกของโลก โดยในปีที่ผ่านมา (2568) ไทยได้นำเข้าปลาทูน่ากว่า 730,000 ตัน เพื่อนำมาแปรรูปและส่งออก สร้างมูลค่าการส่งออกสูงกว่า 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมทูน่าใน 4 แนวทางสำคัญคือ การอนุรักษ์ทรัพยากรตามหลักวิทยาศาสตร์ การเพิ่มความโปร่งใสเพื่อต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย (IUU) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการตรวจสอบเรือต่างชาติ, การคุ้มครองแรงงานด้วยการส่งเสริมสภาวะการทำงานที่ดีและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน, และ การใช้นวัตกรรมร่วมกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดขยะและยกระดับความปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งเชื่อว่าจะไปสู่การสร้างความยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจ BCG ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ

'ไทย' ร่วมเป็นเจ้าภาพ 'INFOFISH TUNA 2026' ชูส่งออกยั่งยืน

ทั้งนี้ ในส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศในการยกระดับอุตสาหกรรมทูน่า สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยงระบบเอกสารดิจิทัลเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการตรวจสอบย้อนกลับ และการบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมมาร่วมขับเคลื่อน พร้อมยืนยันถึงความพร้อมของไทยในการผลักดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินไปคู่กับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหาร

การร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความตระหนักและศักยภาพของไทยในฐานะฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อุปทานทูน่าโลก การเดินหน้าชูนวัตกรรม ระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยรักษาความมั่นคงทางการค้า สร้างความเชื่อมั่นในตลาดสากล และผลักดันให้อุตสาหกรรมทูน่าไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน