วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดรับฟัง PDP 2026 รับมือทัพ Data Center! ดัน SMR ล็อกค่าไฟไม่เกิน 3.88 บาท

"กระทรวงพลังงาน" กางโรดแมป PDP 2026 มุ่งสู่ Net Zero ดึงดูดการลงทุนระดับโลก ลุยคัดกรองกลุ่ม Data Center และ AI ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง พร้อมดันโรงไฟฟ้า SMR รวม 9,000 เมกะวัตต์ วางเป้าคุมค่าไฟเฉลี่ยไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย ควบคู่การเดินหน้าเปิดเสรีไฟฟ้า Direct PPA และ TPA รองรับโครงข่ายพลังงานแห่งอนาคต

KEY POINTS

  • สนพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP 2026 (พ.ศ. 2569-2593) เพื่อรับมือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมียอดแจ้งความประสงค์สูงถึง 22,000-30,000 เมกะวัตต์
  • แผน PDP 2026 บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นทางเลือกหลักสำหรับพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพ (Base Load) เพื่อจ่ายไฟได้ 24 ชั่วโมง โดยตั้งเป้ากำลังผลิตรวมสูงสุด 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2050
  • ตั้งเป้าควบคุมราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดอายุของแผนให้ไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดคุณภาพสูง (Premium Clean Energy) เช่น Data Center อาจต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อสะท้อนต้นทุนจริง
  • หัวใจสำคัญของแผนคือการมุ่งสู่พลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้า Low Carbon
  • แผนจะมีความยืดหยุ่น โดยมีแผนสำรองหาก SMR ล่าช้า เช่น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนพร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar + BESS) หรือก๊าซธรรมชาติร่วมกับเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Gas + CCS)
  • เตรียมลงทุน 3-7 แสนล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Smart Grid) ให้มีความมั่นคงและรองรับการขยายตัว พร้อมเดินหน้านโยบายเปิดเสรีภาคไฟฟ้า ขยายการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 (PDP 2026) ว่า การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนนี้ เพื่อนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยหัวใจสำคัญของแผนฉบับนี้คือการตอบโจทย์ "พลังงานสะอาด" และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็น Low Carbon และไม่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในห่วงโซ่การผลิต

หนึ่งในความท้าทายใหม่คือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมียอดแจ้งความประสงค์ขอใช้ไฟฟ้าเข้ามาสูงถึง 22,000-30,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐอาจต้องมีกระบวนการคัดกรอง Data Center ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศจริงๆ เช่น กลุ่ม AI Industry Foundation 

ในด้านกำลังการผลิต ในระยะสั้นประเทศไทยมีระดับสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin) ที่เพียงพอประมาณ 25% แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือ ระบบส่งและสายจำหน่ายเพื่อรองรับการขยายตัวที่รวดเร็ว โดยคาดว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 3-7 แสนล้านบาทในการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Smart Grid) และการติดตั้งอุปกรณ์รักษาสถียรภาพความถี่ (Synchronous Condenser) ซึ่งจะใช้เงินลงทุนจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง

เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานที่สามารถจ่ายไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง แผน PDP 2026 จึงได้บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR - Small Modular Reactor) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกหลัก โดยตามแผนคาดการณ์ว่าจะมีกำลังผลิตรวมสูงสุดถึง 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2050 

"SMR คือคำตอบของพลังงานสะอาดที่เป็น Base Load มีความเสถียรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ตัวโรงไฟฟ้ามีขนาดเล็กและมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบ Passive ที่สามารถคูลดาวน์ตัวเองได้" นายประเสริฐ กล่าว 

 

โครงการแรกขนาด 300 เมกะวัตต์ จะมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ริเริ่ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและการกำกับดูแลภายใต้หลักเกณฑ์ของ IAEA ก่อนที่จะพิจารณาเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในอนาคต 

สำหรับทิศทางราคาค่าไฟฟ้าภายใต้สมมติฐานปัจจุบัน รวมถึงสัดส่วนเชื้อเพลิงผสมผสาน (Fuel Mix) ตั้งเป้าจะควบคุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนให้ไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดคุณภาพสูง (Premium Clean Energy) เช่น Data Center อาจต้องยอมรับโครงสร้างราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริงซึ่งอาจสูงกว่าภาคประชาชนทั่วไป 

ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีโจทย์ใหม่ที่สำคัญคือการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก (Tech Company) ที่ต้องการเข้ามาจัดตั้ง Data Center และอุตสาหกรรม AI ในประเทศไทย ธุรกิจเหล่านี้มีความต้องการใช้พลังงานมหาศาล และที่สำคัญต้องเป็นพลังงานสะอาดที่มีความเสถียรและความมั่นคงสูงเพื่อตอบโจทย์เงื่อนไขทางการค้าและการลงทุนระดับสากล 

“แผน PDP 2026 นี้ต้องตอบโจทย์เรื่องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 เพราะหากเราทำไม่ได้ การค้าการลงทุนจากต่างประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” 

ทั้งนี้ แผน PDP 2026 จะมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับเปลี่ยนทุก 2-3 ปีตามสถานการณ์เทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป หากเทคโนโลยี SMR เกิดความล่าช้า ภาครัฐก็มีแผนสำรองโดยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนบวกระบบกักเก็บพลังงาน (Solar + BESS) หรือการใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกับเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Gas + CCS) เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีพลังงานที่มั่นคง สะอาด ราคาเหมาะสมอย่างยั่งยืน

หนึ่งในประเด็นสำคัญของร่างแผน PDP ฉบับใหม่ คือนโยบายการเปิดเสรีภาคไฟฟ้า โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้ให้แนวทางในการขยายสัดส่วนการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) จากเดิม 2,000 เมกะวัตต์ ให้ครอบคลุมไม่เพียงแต่ Data Center เท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดสามารถเข้าถึงได้ 

นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมเรื่อง Third Party Access (TPA) เพื่อเปิดให้มีการใช้โครงข่ายไฟฟ้าของรัฐในการส่งจ่ายไฟฟ้า และส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือนอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงพลังงานย้ำว่าโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) จะต้องมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้เฉพาะช่วงกลางวัน 

จากการติดตามข้อมูลการใช้ไฟฟ้า พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเกิดช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ในเวลาประมาณ 21.00 - 22.00 น. เนื่องจากในช่วงกลางวันมีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ใช้เองเป็นจำนวนมาก แผน PDP ฉบับใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับความเสถียรของระบบไฟฟ้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ภายใต้หลักการเปิดปุ๊บต้องติดปั๊บ

แผน PDP 2026 เป็นแผนของคนไทยทุกคน จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และภาคประชาชน ร่วมให้ข้อเสนอแนะอย่างเต็มที่ในช่วงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่จะดำเนินไปหลังจากนี้อีก 1 สัปดาห์ เพื่อให้ได้แผนที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป คาดจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้