สนค.เผย เงินเฟ้อเดือน ส.ค.บวก สูงขึ้น 2.53 % สูงสุดในรอบ 3 เดือน ผลจากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง จากมาตราการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน อาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น เฉลี่ย 8 เดือน สูงขึ้น 1.37 % คาดเดือนก.ย.ยังเป็นบวกต่อเนื่อง คงเป้าทั้งปี 1.5 – 2.5 % ค่ากลาง 2.0 %
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เงินเฟ้อเดือน ส.ค.2568 เท่ากับ 100.14 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.53 % สูงสุดในรอบ 3 เดือนนับจากเดือน พ.ค. โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และมีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม (Operation Economic Outcast) ร่วมกับการใช้ปฏิบัติการทางทหาร ขณะเดียวกัน
ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการปรับตัวสูงขึ้นของอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส ประกอบกับสภาพอากาศมีความแปรปรวนส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
สำหรับ อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. สูงขึ้น 2.53 % มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 2.23 % จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารรถตู้วิ่งระหว่างจังหวัด ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาฟอกผ้าขาว/น้ำยาซักผ้าขาว น้ำยารีดผ้า)
ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (สบู่ถูตัว แชมพู ครีมนวดผม น้ำหอม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส)) และเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี เสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 2.99 % จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ ผักสด (ต้นหอม มะนาว แตงกวา ฟักทอง ผักคะน้า ฟักเขียว ถั่วฝักยาว) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน ฝรั่ง ลำไย ลองกอง แก้วมังกร แตงโม) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น)) และเครื่องประกอบอาหาร (กะปิ น้ำปลา น้ำพริกแกง ซีอิ๊ว) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ข้าวสารเหนียว มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) มะขามเปียก และอาหารโทรสั่ง (Delivery)
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 1.44 % ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 8 เดือน (ม.ค. – ส.ค.) ของปี 2569 สูงขึ้น 1.37 %
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนก.ย. 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจาน
ในอัตราที่ค่อนข้างสูง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และราคาผักสด ผลไม้สด ไข่ไก่ และไก่สด มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากผลของอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และอุปทานบางส่วนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนก.ย. – ธ.ค. 2569 ปรับลดลงเหลือหน่วยละ 3.86 บาท ต่ำกว่ารอบก่อนที่หน่วยละ 3.95 บาท ราคาสินค้าของใช้ส่วนบุคคลมีแนวโน้มปรับลดลง จากภาวะแข่งขันที่สูงและผู้ประกอบการรายใหญ่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยดังกล่าว
กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5 % ค่ากลาง 2.0 %
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนก.ค. 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้น 1.95 % โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 31 จาก 135 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ในอันดับที่ 3 ของอาเซียนจาก 8 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข (ติมอร์-เลสเต มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว)




