ส.ป.ก. ลุยสอบที่ดิน ‘ฐานเจ้าป่าแคมป์’ โนนดินแดง หลังพบสละสิทธิ์ให้ลูกสาวปลัด ศธ. ก่อนมีคนยื่นขอสิทธิ์ ยันยึดหลักนิติธรรม ไร้คุณสมบัติหมดสิทธิ์ถือครอง
KEY POINTS
- ส.ป.ก. เข้าตรวจสอบที่ดิน "ฐานเจ้าป่าแคมป์" ใน จ.บุรีรัมย์ หลังมีเรื่องร้องเรียนพาดพิงถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการและบุตรสาว
- ผลตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินป่าดงใหญ่ที่ยังไม่เคยมีการจัดสรรให้ผู้ใด
- ผู้ถูกพาดพิงได้เข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2553 ก่อนส่งต่อให้บุตรสาว และปัจจุบันมีบุคคลอื่นยื่นขอรับการจัดสรรที่ดินแล้ว
- ส.ป.ก. กำลังตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นขออย่างเข้มงวด และยืนยันว่าจะไม่จัดสรรที่ดินให้หากพบว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย
ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินบริเวณ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พบพื้นที่อยู่ในเขตปฏิรูป ป่าดงใหญ่ โซน (E) ยังไม่จัดสรร การยื่นขอรับการจัดที่ดินล่าสุด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและความเชื่อมโยงกับผู้ปรากฏชื่อตามข่าวอย่างเคร่งครัด ยืนยันว่าหากพบขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย จะไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรที่ดินอย่างแน่นอน
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ส.ป.ก. บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินบริเวณ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” หมู่ที่ 12 ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีที่ได้รับเรื่องร้องเรียน พาดพิงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และบุตรสาว
ซึ่งผลการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2521 โครงการป่าดงใหญ่ โซน (E) และยังไม่เคยมีการสำรวจรังวัดและจัดที่ดินให้บุคคลใดมาก่อน จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ปรากฏตามข่าวเป็นผู้ถือครองที่ดิน เมื่อราวปี 2553 ก่อนปลูกสร้างบ้านพักอาศัย จำนวน 1 หลัง ปลูกไม้ผล และขุดคลองเลี้ยงปลา ต่อมาได้สละการถือครองให้บุตรสาวดูแลทำประโยชน์ ปัจจุบัน มีบุคคลที่ไม่ได้มีชื่อปรากฏตามข่าวได้ยื่นคำขอรับการจัดที่ดินต่อส.ป.ก. บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและความเชื่อมโยงกับผู้ที่ปรากฏชื่อตามข่าว อย่างเคร่งครัด
"สั่งการให้ผู้ตรวจราชการ และสำนักที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม ส.ป.ก. ยืนยันหลักการทำงานที่ชัดเจนว่า หากตรวจสอบพบว่าไม่มีคุณสมบัติ บุคคลดังกล่าวจะไม่มีสิทธิได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินแต่อย่างใด และย้ำจุดยืนของ ส.ป.ก. ที่ยึดหลักนิติธรรมเป็นสำคัญ พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมาทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทุกแปลงจะถูกจัดสรรอย่างเป็นธรรมแก่เกษตรกรผู้มีคุณสมบัติที่แท้จริงเท่านั้น
กรณีการตรวจสอบที่ดิน “ฐานเจ้าป่าแคมป์” ในครั้งนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ ส.ป.ก. ในการแสดงจุดยืนเพื่อผ่าตัดและจัดระเบียบที่ดินทำกินของรัฐอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม การเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโดยไม่ละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าผู้ถูกพาดพิงจะมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใด ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง
หากผลการตรวจสอบคุณสมบัติและสายสัมพันธ์ของผู้ยื่นขอสิทธิ์ย้อนหลังพบว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. พร้อมที่จะเพิกถอนสิทธิ์และเรียกคืนพื้นที่ทันที เพื่อนำที่ดินกลับมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ตัวจริงต่อไป ซึ่งกระบวนการที่ตรงไปตรงมาทุกขั้นตอนเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม แต่ยังช่วยฟื้นคืนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการปฏิรูปที่ดินของประเทศได้อย่างยั่งยืน





