วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

‘คลัง’ วางเกณฑ์ ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ อุดหนุนค่าห้อง ‘อัตราเดียว’ เริ่ม 1 ต.ค.นี้

“คลัง” ปรับเกณฑ์ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” อุดหนุนค่าที่พักอัตราเดียว ถอดบทเรียนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมเพิ่มวงเงินใช้จ่ายรายวันผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ครอบคลุมร้านค้าและบริการ ออกมาตรการภาษีคู่ขนานช่วยเหลือร้านอาหารและที่พักรายใหญ่ในระบบภาษี คาดใช้วงเงินมากกว่า 2,000 ล้านบาท เร่งให้ทันก่อน 1 ต.ค. นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รายละเอียดโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสที่เตรียมจะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค. 2569 นี้ จะคล้ายกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ แต่จะนำบทเรียนในอดีตมาปรับปรุงเพื่อปิดช่องโหว่ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น เพื่อเป้าหมายในการผลักดันเม็ดเงินงบประมาณให้ไหลไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง คือธุรกิจและผู้ประกอบการในภาคบริการ

สำหรับแนวคิดหลักของโครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเดิม ได้แก่

  • ลดอุดหนุนค่าที่พัก เพิ่มวงเงินใช้จ่ายรายวัน: คลังมีแนวคิดลดความช่วยเหลือในฝั่งค่าห้องพักลง แล้วนำงบประมาณไปเพิ่มให้ในส่วนของค่าใช้จ่ายรายวันแทน เนื่องจากเป็นส่วนที่รัฐบาลสามารถเข้ามาควบคุมดูแลความโปร่งใสได้ดีกว่าผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
     
  • สนับสนุนค่าที่พักอัตราเดียว (Flat Rate): จากเดิมที่รัฐบาลร่วมจ่ายในสัดส่วน 30% แต่ประสบปัญหาโรงแรมต่าง ๆ ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาห้องพัก ดังนั้นโครงการใหม่นี้จึงคาดว่าจะเปลี่ยนมาช่วยจ่ายในอัตราเดียวต่อห้องต่อคืน ซึ่งหากผู้ใช้สิทธิ์เลือกที่พักราคาแพงกว่าเกณฑ์ก็สามารถจ่ายเงินเพิ่มเอง หรือหากราคาพอดีเกณฑ์ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
     
  • เปิดกว้างใช้กับภาคบริการได้โดยตรง: แตกต่างจากโครงการในอดีตที่ไม่ได้ครอบคลุมผู้ประกอบการในภาคบริการเนื่องจากเป็นงบด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่โครงการล่าสุดวงเงินค่าใช้จ่ายต่อวันที่ผู้ใช้สิทธิ์ได้รับเพิ่มเติมจะสามารถนำไปใช้จ่ายตามร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงร้านค้าในภาคบริการด้วย เพื่อกระจายรายได้และเยียวยาผู้ประกอบการกลุ่มนี้โดยตรง

 

อย่างไรก็ดี รายละเอียดปลีกย่อยในแง่ของจำนวนสิทธิ์และโควตาจำนวนคืนต่อคน ยังต้องรอทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอข้อมูลเข้ามาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ในส่วนของการใช้เงินงบประมาณคาดว่าจะมากกว่า 2,000 ล้านบาท จาก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ โดยจะต้องผ่านกระบวนการเสนอเรื่องที่ลงนามโดยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก่อนส่งมายังการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ หรือคณะกรรมการกลั่นกรองฯ

จากนั้นเมื่อผ่านการพิจารณากลั่นกรองและผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว จึงส่งเรื่องกลับไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อเสนอขออนุมัติอย่างเป็นทางการจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป โดยกระบวนการทั้งหมดต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. เพื่อให้ทันเริ่มใช้งานในเดือน ต.ค. นี้

 

เตรียมออกมาตรการภาษี อุ้มร้านอาหาร-ที่พักรายใหญ่ที่เสียภาษีถูกต้อง

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ได้ประคองกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจมาระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงมีแนวคิดที่จะหันมาดูแลกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้มากขึ้น

“ที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านอาหารและที่พักขนาดใหญ่ เป็นผู้ที่เสียภาษีอย่างถูกต้องมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับประโยชน์จากโครงการสนับสนุนในลักษณะนี้เลย ดังนั้น มาตรการใหม่นี้จะเน้นการกระตุ้นการบริโภคควบคู่กับการท่องเที่ยวเพื่อดูแลผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะ”

ใช้ “เป๋าตัง” ยืนยันตัวตน สแกนทุจริตเรียลไทม์

สำหรับการใช้งาน จะยังคงใช้ช่องทาง "เป๋าตัง" ในการยืนยันตัวตนและใช้สิทธิ์ ซึ่งเป็นระบบที่สะดวกและไม่ยุ่งยากเกินไปสำหรับผู้ใช้ โดย สศค. ได้เตรียมความพร้อมด้านการตรวจสอบเพื่อจับตาพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือส่อทุจริต ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมซื้อขายที่รวดเร็วผิดปกติ ระยะทางและพิกัดการใช้งานที่ไม่สอดคล้องกับสถานที่ตั้งร้านค้าจริง, รวมถึงความสม่ำเสมอในการซื้อและชนิดของสินค้า

ขณะเดียวกันก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากระบบแจ้งเบาะแสผ่านฟีเจอร์ “นกกระซิบ” ซึ่งเริ่มทำงานได้ผลดีและช่วยชี้เป้าธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดึงข้อมูลเหล่านั้นออกมาแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เพื่อตรวจสอบแล้วบางส่วน