วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

ศธ.-เกษตรฯ จับมือตั้งกฎคุมหนี้ครู เล็งตั้งสหกรณ์กลาง

สองกระทรวงจับมือเร่งคลี่คลายวิกฤตหนี้ครู 116 สหกรณ์ ลุย 3 มาตรการด่วน เล็งตั้งสหกรณ์กลาง คุมเงินเหลือดำรงชีพ 30% และดึง Credit Lock ป้องกันก่อหนี้เพิ่ม เร่งสรุปผลใน 30 วัน

KEY POINTS

  • กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรฯ ร่วมมือออกมาตรการแก้หนี้ครู โดยกำหนดให้มีเงินเดือนเหลือใช้จ่ายอย่างน้อย 30% และใช้ระบบ Credit Lock ป้องกันการก่อหนี้เพิ่ม
  • มีแนวคิดในการจัดตั้ง "สหกรณ์กลาง" เพื่อเป็นองค์กรกลางในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ
  • เตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำมาช่วยเหลือและบรรเทาภาระหนี้สินให้แก่บุคลากรครู

ศธ. จับมือ กระทรวงเกษตรฯ เร่งลุยอุ้มหนี้ครูออมทรัพย์ 116 แห่งทั่วประเทศ ดัน 3 มาตรการด่วน เล็งตั้งสหกรณ์กลาง คุมเงินคงเหลือดำรงชีพอย่างน้อย 30% พร้อมดึงระบบ Credit Lock ป้องกันการก่อหนี้ซ้ำซ้อน และเดินหน้าถกคลังหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ หวังคลี่คลายวิกฤตภาระทางการเงินให้บุคลากรทางการศึกษาได้จริงใน 30 วัน

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการหารือร่วมกันระหว่าง  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับ นางสาวปิยะรัฐช์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้นได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ปัญหาหนี้สินครู นโยบายแรกที่ให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรครูในภาพรวม และต้องการให้ทั้ง 2 กระทรวง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครูที่ดำเนินการได้จริง ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง สมาชิก 862,539 ราย ทุนดำเนินงาน 1,237,766 ล้านบาท

ศธ.-เกษตรฯ จับมือตั้งกฎคุมหนี้ครู เล็งตั้งสหกรณ์กลาง

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2566 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีหนังสือขอความร่วมมือสหกรณ์ออมทรัพย์ช่วยเหลือเรื่องหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ไม่เกินร้อยละ 4.75 ต่อปี และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้สมาชิกจนถึงอายุ 75 ปี รวมถึงให้สมาชิกมีรายได้คงเหลือหลังหักส่งชำระหนี้ เพียงพอต่อการดำรงชีพ อย่างน้อยร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน

จากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในครั้งนี้ มุ่งหวังบรรเทาความเดือดร้อนและผ่อนปรนภาระหนี้สินให้กับสมาชิกออมทรัพย์ครู และหาจุดร่วมเพื่อให้ครูส่วนใหญ่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในแต่ละเดือนและไม่กระทบต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดหัวข้อในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 3 ประเด็น คือ

ศธ.-เกษตรฯ จับมือตั้งกฎคุมหนี้ครู เล็งตั้งสหกรณ์กลาง

1. การปรับหาแนวทางในการจัดตั้งสหกรณ์กลางเข้ามาเป็นองค์กรกลางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงการพิจารณาถึงระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงให้ทันกับการดำเนินงานของสหกรณ์ยุคสมัยในปัจจุบัน

2. มาตรการในการหักส่งชำระหนี้สหกรณ์ โดยให้สมาชิกมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน และการใช้ระบบ Credit Lock เครื่องมือในการควบคุมทางการเงิน เพื่อไม่ให้ก่อหนี้เพิ่ม

3. การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะต้องหารือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบุคลากรครูทั้งในปัจจุบันและอนาคต

นอกจากนี้ ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งนางสาวปิยะรัฐช์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายนายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกล่าวเน้นย้ำว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และจะเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

ศธ.-เกษตรฯ จับมือตั้งกฎคุมหนี้ครู เล็งตั้งสหกรณ์กลาง

โดยจะร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกในเรื่องมาตรการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ผ่านกลไกภาครัฐ การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการจัดหาแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเสริมสภาพคล่องให้แก่สมาชิกสหกรณ์ การใช้เครื่องมือ Credit Lock เพื่อเสริมสร้างวินัยทางการเงินและป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และการพิจารณาให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิกตามหลักการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงในการให้เงินกู้ ซึ่งคณะทำงานของทั้งสองกระทรวงจะประชุมหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน

ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ การนำเครื่องมือการบริหารทางการเงินอย่าง Credit Lock และมาตรการการหักชำระหนี้ให้คงเหลือเงินดำรงชีพอย่างน้อย 30% มาใช้ ควบคู่กับการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและการพิจารณาจัดตั้งสหกรณ์กลาง จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของบุคลากรครูได้อย่างตรงจุด ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของครูไทย แต่ยังช่วยรักษาสภาพคล่องและการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้มั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว