ปลัดเกษตรฯ ไฟเขียว (ร่าง) โครงการปรับโครงสร้างหนี้ กฟก. สหกรณ์ อุ้มเกษตรกร 1.4 หมื่นราย ชงรัฐจ่ายเงินต้นให้ครึ่งหนึ่ง 50% ผ่อนยาวนาน 10 ปี มุ่งลดภาระ ป้องกันโดนยึดที่ดินทำกิน พร้อมดึงเข้าแผนฟื้นฟูอาชีพยั่งยืน
KEY POINTS
- กระทรวงเกษตรฯ เสนอโครงการปรับโครงสร้างหนี้ให้เกษตรกรสมาชิก กฟก. ที่เป็นหนี้เสีย (NPL) กับสหกรณ์ โดยให้เกษตรกรจ่ายคืนเงินต้นเพียง 50%
- รัฐบาลจะช่วยชดเชยเงินต้นส่วนที่เหลืออีก 50% พร้อมดอกเบี้ย และให้ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี เพื่อป้องกันการถูกยึดที่ดินทำกิน
- เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอาชีพและจัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อให้สามารถกลับมาพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
คณะกรรมการโครงการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทหนี้สหกรณ์ เห็นชอบร่างโครงการปรับโครงสร้างหนี้ กฟก. ประเภทหนี้สหกรณ์ ช่วยเหลือเกษตรกร NPL จ่ายเงินต้นเพียง 50% ส่วนที่เหลือรัฐชดเชยให้ ผ่อนยาวสูงสุด 10 ปี ป้องกันการถูกยึดที่ดินทำกิน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในการประชุมคณะกรรมการโครงการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทหนี้สหกรณ์ ว่า ได้รับทราบผลการสำรวจความประสงค์เข้าร่วมโครงการ และพิจารณา (ร่าง) โครงการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทหนี้สหกรณ์ โดยมุ่งปรับภาระหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ของเกษตรกร พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพและการดำรงชีวิตให้มีความมั่นคงมากขึ้น
จากผลการสำรวจข้อมูล ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ในสหกรณ์ 1,164 แห่ง พบเกษตรกรประสงค์เข้าร่วมโครงการ 23,196 ราย รวม 35,768 สัญญา มูลหนี้ 12,101,167,974.26 บาท โดยกลุ่มที่มีมูลหนี้คงค้างรวมทุกสัญญาต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ มีจำนวน 14,511 ราย รวม 22,215 สัญญา มูลหนี้ 8,347,016,462.96 บาท ส่วนกรณีมูลหนี้เกิน 5 ล้านบาท มีผู้มีคุณสมบัติ 14 ราย รวม 30 สัญญา มูลหนี้ 142,392,764.22 บาท ซึ่งร่างโครงการกำหนดให้พิจารณาเป็นรายกรณี
สำหรับแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ กำหนดให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่เป็นหนี้ผิดนัดชำระ (NPL) ตามหลักเกณฑ์ 3 ปีขึ้นไป รับผิดชอบชำระเงินต้นครึ่งแรก ร้อยละ 50 ขณะที่รัฐจัดสรรงบประมาณชดเชยเงินต้นครึ่งหลัง ร้อยละ 50 พร้อมภาระดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ตามระดับมูลหนี้ ทั้งนี้ เกษตรกรที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ จัดทำบัญชีครัวเรือน และปฏิบัติตามแผนการชำระหนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกดำเนินคดีหรือบังคับคดี และช่วยรักษาทรัพย์สินรวมถึงที่ดินทำกิน โดยหลังผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโครงการฯ จะเสนอคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามลำดับต่อไป
ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างหนี้สมาชิก กฟก. ประเภทหนี้สหกรณ์ครั้งนี้ ถือเป็นทางออกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม การที่รัฐบาลเข้ามาช่วยชดเชยเงินต้นครึ่งหนึ่ง (50%) พร้อมขยายเวลาผ่อนชำระ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องและบังคับคดีเพื่อรักษาที่ดินทำกินไว้ได้เท่านั้น แต่การควบคู่ไปกับกระบวนการฟื้นฟูอาชีพและการจัดทำบัญชีครัวเรือน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถปลดหนี้และกลับมาพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในระยะยาว





