วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

โรงไฟฟ้า BLCP เปิดบ้านต้อนรับภาครัฐ-ชุมชน เสริมความมั่นคงพลังงานยั่งยืน

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เปิดบ้านรับภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่นและภาคประชาชนเยี่ยมชมการดำเนินงานพร้อมพัฒนาความร่วมมือ สร้างความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงทางพลังงานควบคู่สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย เพื่อชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน

KEY POINTS

  • โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนราษฎร, รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, ส่วนราชการ และผู้นำชุมชน เพื่อนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานและตอกย้ำความโปร่งใสด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
  • ชูมาตรฐานการปล่อยมลสารทางอากาศตามเกณฑ์ EIA ที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานประเทศไทย ทั้งค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ออกไซด์ของไนโตรเจน และฝุ่นละออง
  • ใช้เทคโนโลยีระดับสากล 3 ระบบ (Low NOx Burner, ESP, FGD) เป็นเกราะป้องกันมลพิษทางอากาศ พร้อมระบบตรวจวัดอัตโนมัติ (CEMS) ตลอด 24 ชั่วโมง
  • แสดงกระบวนการจัดการน้ำทะเลหล่อเย็นที่มีมาตรการ 3 ขั้นตอนในการลดและควบคุมอุณหภูมิก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ
  • เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนผ่านการประชุมคณะกรรมการ EIA ร่วมกับชุมชนและภาครัฐทุก 2 เดือน และสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี) ตอกย้ำความโปร่งใสและพันธกิจด้านความยั่งยืน เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนราษฎร นายกฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 และ นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดระยอง

พร้อมด้วยนายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และตัวแทนจากส่วนราชการ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1, ศูนย์ดำรงธรรม, ตัวแทนเทศบาลนครมาบตาพุด และผู้นำชุมชนในจังหวัดระยองเข้าร่วมสังเกตการณ์ ร่วมรับฟังข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม  พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที

นายสุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร และ วิศวกรสิ่งแวดล้อมประจำโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้ให้ข้อมูลถึงการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พร้อมตอบข้อซักถามแก่ผู้แทนภาคการเมือง หน่วยงานส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน โดยได้กล่าวว่า การลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมและรับฟังข้อมูลของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยที่มีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายหลักของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ที่มุ่งมั่นผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงของประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมตามกรอบ ESG 

สำหรับการดำเนินของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี นั้น ยึดมั่นในมาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่มีเกณฑ์การปล่อยมลสารทางอากาศเข้มงวดกว่ามาตรฐานประเทศไทย ได้แก่

  • ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์: มาตรฐานประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 320 ppm ขณะที่ EIA ของโรงไฟฟ้ากำหนดไว้เพียง 262 ppm
  • ออกไซด์ของไนโตรเจน: มาตรฐานประเทศไทยอยู่ที่ 350 ppm ขณะที่ EIA กำหนดไว้เพียง 241 ppm
  • ฝุ่นละออง (Particulate Matter): มาตรฐานประเทศไทยอยู่ที่ 120 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ EIA กำหนดไว้เพียง 43 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

โรงไฟฟ้า BLCP เปิดบ้านต้อนรับภาครัฐ-ชุมชน เสริมความมั่นคงพลังงานยั่งยืน

ส่วนในกระบวนการเผาไหม้ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้นำเทคโนโลยีระดับสากล 3 ระบบมาใช้ร่วมกัน ได้แก่

  • Low NOx Burner ระบบควบคุมการเผาไหม้และการไหลของอากาศ เพื่อลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการเผาไหม้ 
  • ESP (Electrostatic Precipitator) ระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต ที่ดักจับฝุ่นได้สูงถึง 99.7 %
  • FGD (Flue Gas Desulfurization) ระบบดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ด้วยน้ำทะเล  

โดยทั้ง 3 ระบบทำงานร่วมกันเป็นเกราะป้องกันหลายชั้น ก่อนปล่อยอากาศออกจากปล่องระบายความสูง 200 เมตร ซึ่งติดตั้งระบบตรวจวัดมลสารอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง หรือ CEMS (Continuous Emission Monitoring System) เพื่อเฝ้าติดตามค่าการปล่อยมลสารตลอด 24 ชั่วโมงและรายงานข้อมูลไปยังหน่วยงานราชการ

โรงไฟฟ้า BLCP เปิดบ้านต้อนรับภาครัฐ-ชุมชน เสริมความมั่นคงพลังงานยั่งยืน

พร้อมติดตั้งป้ายธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมแสดงค่ามลพิษหน้าโรงไฟฟ้า 
อีกหนึ่งประเด็นที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีให้ความสำคัญ คือ กระบวนการนำน้ำจากธรรมชาติมาใช้และการปรับสภาพก่อนปล่อยคืน ซึ่งการนำน้ำทะเลมาใช้ในกระบวนการหล่อเย็น เพื่อแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น น้ำทะเลจะถูกนำเข้ามาผ่านท่อปิด (Closed Pipe) แบบไหลผ่านครั้งเดียว (Once-through) เพื่อแลกเปลี่ยนเฉพาะความร้อนของไอน้ำ โดยไม่มีการสัมผัสกับก๊าซร้อนจากการเผาไหม้ พร้อมมีการมาตรการกำกับดูแลและปรับสภาพน้ำก่อนปล่อยน้ำคืนสู่ทะเล ถึง 3 ขั้นตอน ได้แก่

1. ลดอุณหภูมิผ่านคลองระบายน้ำ (Outfall Canal) น้ำทะเลที่ผ่านการหล่อเย็นแล้ว จะถูกส่งผ่านคลองระบายน้ำความยาวกว่า 600 เมตร เพื่อลดอุณหภูมิก่อนระบายออกสู่ธรรมชาติ

2. เฝ้าระวังต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ ตรวจวัดอุณหภูมิน้ำทะเลที่จุดระบายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสตามกฎหมาย 

3. สุ่มตรวจวัดอุณหภูมิน้ำทะเลรอบจุดระบาย ครอบคลุมรัศมี 500 เมตร จำนวน 13 สถานีตรวจวัด โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมอิสระเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งอุณหภูมิทั้ง 13 สถานีต้องเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิงทางธรรมชาติ

และหากพบสัญญาณอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณจุดตรวจมีแนวโน้มสูงใกล้เกณฑ์ 40 องศาเซลเซียส โรงไฟฟ้าจะดำเนินลดกำลังการผลิตทันทีตามมาตรการป้องกัน เพื่อควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล
นอกจากการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานยังให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

โดยมีการจัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการ EIA ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากชุมชนและภาครัฐทุก 2 เดือน เพื่อรายงานผลและรับฟังข้อเสนอแนะ รวมถึงยังดำเนินโครงการร่วมกับสมาคมเพื่อนชุมชนและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของจังหวัดระยอง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่ครอบคลุมด้านสาธารณสุข การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่และเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จากตัวแทนของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้นำเสนอข้อมูลการดำเนินงาน การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า เป็นการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ร่วมกันตรวจสอบและผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมที่โปร่งใส ปลอดภัย คู่ชาวระยองและประเทศไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป