วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า

ขสมก. เผยคืบหน้าแผนรับรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คัน มั่นใจล็อตแรก 500 คันพร้อมให้บริการ มี.ค.2570 ระบุการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารครั้งนี้ ช่วยรื้อระบบบริหารจัดการใหม่ เซฟงบค่าซ่อม - เชื้อเพลิง 4,100 ล้านบาทต่อปี หนุนองค์กรพ้นฟื้นฟูกิจการ

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นำคณะสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อติดตามความคืบหน้าการประกอบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน วานนี้ (1 ก.ย.) พร้อมระบุว่า จากการติดตามแผนดำเนินงานมั่นใจว่าจะมีการส่งมอบรถโดยสารได้ตามแผนงานกำหนดไว้ แบ่งเป็น

เดือน มี.ค. 2570 รับมอบ 500 คัน

เดือน เม.ย.2570 รับมอบ 500 คัน

เดือน พ.ค.2570 รับมอบ 520 คัน

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า

โดยขณะนี้ชิ้นส่วนประกอบหลักของรถ 40 คันแรกได้มาถึงโรงงานผลิตของบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด (Absolute Assembly Co., Ltd.) (AAB ) อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการผลิตที่มีศักยภาพสูงสุดถึงวันละ 15 คัน โดย ขสมก. ได้กำหนดแผนการผลิตขั้นต่ำไว้ที่ 12 คันต่อวัน ขณะเดียวกันปัจจุบันได้มีการประกอบรถตัวอย่าง (Demo) เสร็จสิ้นแล้ว 2 คัน เพื่อนำมาทดสอบระบบความปลอดภัย ความเหมาะสมของสภาพถนน และให้พนักงานขับรถได้ทดลองสร้างความคุ้นเคยก่อนให้บริการจริง

สำหรับการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV ครั้งนี้ ขสมก.มีแผนจะนำมาให้บริการทดแทนรถโดยสารธรรมดา (ครีมแดง) เดิมจำนวน 1,520 คัน เพื่อยกระดับการให้บริการเป็นรถปรับอากาศพลังงานสะอาดทั้งหมดตามนโยบายรัฐบาล โดยระยะแรกจะบรรจุรถในสายการเดินรถเกือบ 50 เส้นทาง จากทั้งหมด 107 เส้นทางที่อยู่ระหว่างการปฏิรูป เน้นพื้นที่เขตเมือง และย่านธุรกิจ (CBD) อย่างสีลม บางรัก คลองเตย และพระราม 4 รวมถึงกลุ่มเส้นทางเชื่อมต่อชานเมือง

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า

นอกจากนี้ ขสมก. ได้จัดทำแผนจัดหารถโดยสาร EV ระยะที่ 2 จำนวน 800 คัน วงเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันแผนงานดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หากได้รับการอนุมัติจะสามารถเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที คาดการณ์ว่าจะสามารถรับมอบรถและเริ่มนำมาวิ่งให้บริการแก่ประชาชนได้ภายในช่วงปี 2571

นายกิตติกานต์ กล่าวด้วยว่า การจัดหารถเมล์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการลดต้นทุนขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ รถใหม่เข้ามาทดแทนรถรุ่นเก่าได้เกือบทั้งหมด จะส่งผลให้ ขสมก.สามารถประหยัดต้นทุนไปได้ 4,100 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันค่าเหมาซ่อมบำรุงที่เคยสูงถึงปีละกว่า 2,000 ล้านบาท และต้นทุนค่าเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลปีละ 1,800 – 2,000 ล้านบาท

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า

โดยเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าประมาณ 60% จากเดิมที่เป็นค่าน้ำมันดีเซลปีละ 1,800 – 2,000 ล้านบาท เมื่อเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าจะเหลือค่าใช้จ่ายเพียง 35-40% หรือประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี เมื่อรวมกับการปรับลดบุคลากรในอนาคตจากการใช้ระบบจัดการการเดินรถที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีก 900 ล้านบาท ทำให้คาดว่า ขสมก. จะสามารถประหยัดต้นทุนการดำเนินงานได้รวมกว่า 4,100 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ในด้านมาตรฐานความปลอดภัย รถรุ่นใหม่ได้รับการออกแบบให้ต่างจากรถเมล์เดิมด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงกว่า มีการติดตั้งกล้อง CCTV และระบบ GPS tracking เพื่อติดตามรถ พร้อมจุดเด่นด้านทางหนีไฟที่มีถึง 3 จุด คือ ด้านบนหลังคา ด้านหน้า/หลัง และด้านขวาของตัวรถ เพื่อความปลอดภัยกรณีรถพลิกคว่ำ ส่วนแบตเตอรี่ได้ย้ายขึ้นไปติดตั้งบนหลังคารถทั้งหมดเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและสภาพอากาศร้อน

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า

ขณะที่การเตรียมความพร้อมของจุดชาร์จไฟฟ้า ขสมก. กำลังเร่งพัฒนาอู่จอดและสถานีชาร์จ 12 แห่ง โดยจะนำร่องพัฒนา 3 อู่แรก ได้แก่ อู่เชียงราก อู่เคหะสมุทรปราการ และสถานีคลองบางไผ่ ซึ่งทุกอู่จะติดตั้งสถานีชาร์จที่ใช้เวลาชาร์จ 3 ชั่วโมงต่อคัน เน้นชาร์จในช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. เพื่อความปลอดภัยและถนอมแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ 1 ครั้งจะสามารถวิ่งได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในสภาพการจราจรติดขัด

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า

ขสมก. เปลี่ยนผ่าน 'รถเมล์ไฟฟ้า' พร้อมให้บริการ 500 คัน มี.ค.ปีหน้า