วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สวก. หนุนสารฝนหลวง AR23 ทลายข้อจำกัดความชื้นต่ำ สู้ภัยแล้ง

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เดินหน้านำนวัตกรรมวิจัยเข้ามาแก้ปัญหาภัยแล้งและวิกฤตสิ่งแวดล้อม สนับสนุนทุนวิจัยแก่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการพัฒนา “สารฝนหลวงทางเลือก AR23” ซึ่งสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดสารสูตรเดิม โดยขึ้นปฏิบัติการได้แม้ในสภาวะความชื้นสัมพัทธ์ต่ำเพียงร้อยละ 56–60 ส่งผลให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรสามารถดึงเมฆทำฝนได้ในช่วงอากาศแห้งจัด ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน บรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และลดความเสียหายทางการเกษตร สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 2,107 ล้านบาท

สวก. หนุนสารฝนหลวง AR23 ทลายข้อจำกัดความชื้นต่ำ สู้ภัยแล้ง สวก. หนุนสารฝนหลวง AR23 ทลายข้อจำกัดความชื้นต่ำ สู้ภัยแล้ง

นาย ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 149 ล้านไร่ ซึ่งกว่าร้อยละ 70 อยู่นอกเขตชลประทาน ประกอบกับ ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 บ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ ภารกิจฝนหลวง มีความสำคัญต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ แต่ที่ผ่านมาการปฏิบัติการฝนหลวงยังมีข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากสารฝนหลวงสูตรเดิมสามารถใช้งานได้เมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสัมพัทธ์มากกว่าร้อยละ 60 ส่งผลให้ในช่วงภัยแล้งหรือสภาพอากาศแห้งจัด ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศต้องการน้ำมากที่สุด ไม่สามารถขึ้นปฏิบัติการได้อย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ สวก.จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พัฒนา “สารฝนหลวงทางเลือก AR23” ที่สามารถใช้งานได้ในสภาพความชื้นสัมพัทธ์เพียงร้อยละ 56–60 โดยจะขยายขีดความสามารถการเกิดฝนในช่วงภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ซึ่งผลการวิจัยยืนยันว่า AR23 มีประสิทธิภาพในการใช้งาน และผ่านกระบวนการทดสอบจนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติการจริงของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก่อนขยายผลสู่การใช้งานทั่วประเทศตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567ที่ผ่านมา ทำให้สามารถขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงได้ในสภาวะอากาศที่มีข้อจำกัดได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพการก่อเมฆและการเกิดเม็ดฝน รองรับทั้งภารกิจเพิ่มน้ำต้นทุน บรรเทาภัยแล้ง และลดผลกระทบจากหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5

สวก. หนุนสารฝนหลวง AR23 ทลายข้อจำกัดความชื้นต่ำ สู้ภัยแล้ง สวก. หนุนสารฝนหลวง AR23 ทลายข้อจำกัดความชื้นต่ำ สู้ภัยแล้ง

โดยภายในระยะเวลา 2 ปี ได้พัฒนาสาร AR23 และ ถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมบุคลากรกว่า 30 ราย พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเป็นไม่น้อยกว่า 100 ตันต่อปี เพื่อรองรับการปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่เกษตรได้เฉลี่ยสูงสุดกว่า13 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่ได้รับประโยชน์มากกว่า 1 ล้านไร่ และสร้างมูลค่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า2,107 ล้านบาท จากการลดความเสียหายทางการเกษตร เสริมศักยภาพการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงภัยแล้ง บรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและมลพิษทางอากาศ ตลอดจนช่วยลดภาระการใช้งบประมาณของภาครัฐในการบรรเทาและฟื้นฟูความเสียหาย จากภัยแล้งในระยะยาว ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของประเทศ

สวก. หนุนสารฝนหลวง AR23 ทลายข้อจำกัดความชื้นต่ำ สู้ภัยแล้ง

ผู้อำนวยการ สวก. กล่าวด้วยว่า ผลงานวิจัย สาร AR23 คือตัวอย่างที่สะท้อนผลสำเร็จของการนำนวัตกรรมวิจัยไปใช้ยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มศักยภาพของประเทศในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม