“เอกนัฏ” ชูสมาร์ทกริด เสาหลักโครงข่ายไฟ “ความมั่นคง-ความสะอาด-ราคา” รอช้าไม่ได้ สนพ. มั่นใจสมาร์ทกริด รองรับการไหลไฟฟ้า 2 ทิศทาง กกพ.กางโรดแมป Smart Energy ปลดล็อก “Direct PPA-Grid Code” TDRI เตือนต้นทุนของการไม่ลงทุนสมาร์ทกริด
KEY POINTS
- กระทรวงพลังงานมุ่งพัฒนา "Smart Grid" เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนขึ้น รองรับผู้ผลิต-ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย (Prosumer) และการจัดการพลังงานแบบกระจายตัว
- ภาครัฐปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) แบบไร้ขีดจำกัด และเร่งกำหนดค่าบริการผ่านสายส่ง (Wheeling Charge) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมยุคใหม่
- ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 65% โดยมี Smart Grid เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความผันผวนและรักษาเสถียรภาพของระบบ
- แผน PDP ใหม่จะมีการจัดตั้งโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) ขนาด 14,000 เมกะวัตต์ เพื่อรวบรวมพลังงานจากแหล่งรายย่อย เช่น โซลาร์รูฟท็อป และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มาบริหารจัดการร่วมกัน
- นักวิชาการชี้ว่าการลงทุน Smart Grid เป็นสิ่งจำเป็น แม้มีต้นทุนเพิ่ม แต่หากไม่ลงทุนจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
“กรุงเทพธุรกิจ” จัดเสวนา KT Dialogue New Horizon: Smart Grid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2569 โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชนและนักวิชาการ ร่วมแสดงความเห็นถึงทิศทางการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ของไทย
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยุคใหม่มองพลังงานสะอาดไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อม แต่เป็นกุญแจสำคัญสู่การลงทุนและการแข่งขันระดับสากลที่หากไทยปรับตัวช้าจะตกขบวนทันที
ทั้งนี้ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนหลายรูปแบบ รวมถึงเปิดเสรีประชาชนเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตไฟฟ้าเวลาเดียวกัน และการเกิดระบบผลิตไฟฟ้าอิสระในพื้นที่ (Independent Power System: IPS) ทำให้ระบบไฟฟ้าซับซ้อนและมีผู้เล่นเพิ่มขึ้น
กระทรวงพลังงานมุ่งเน้นพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เป็น “ตัวเชื่อมโยงรอยต่อ” ระหว่างแต่ละทางเลือกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดย Smart Grid ทำหน้าที่สำคัญ 3 ประการ คือ การคาดการณ์ การตรวจวัด และการควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมด โดยโครงข่ายไฟฟ้าไทยแข็งแกร่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติสนใจ แต่ต้องบริหารจัดการโครงข่ายไม่ให้ระบบล่ม
Smart Grid หนุนเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์
ภายใต้แผนงานอัพเกรด Smart Grid ภาครัฐปูพรมเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ Inverter ของโซลาร์รูฟท็อปบ้านเรือนและผู้ผลิตรายย่อย เพื่อเชื่อมข้อมูลเจ้าของบ้าน
รวมถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รวมทั้งผู้กำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และผู้ควบคุมระบบจัดส่งไฟฟ้า
“การเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำจะทำให้วางแผนพยากรณ์และเลือกลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า หรือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ได้ตรงจุด โดยเฉพาะช่วงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือลมผันผวนรุนแรง โดย Smart Grid จะควบคุมเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบ และป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับวงกว้าง"
ปลดล็อก ‘Direct PPA’ ไร้ขีดจำกัด
นายเอกนัฏ กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปลดล็อกระบบทดสอบการซื้อขายไฟฟ้าเสรี หรือ Sandbox จากเดิมตีกรอบจำกัดเฉพาะ Data Center ไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์ และรอกติกามา 2 ปี โดยเกณฑ์ใหม่ปลดล็อกเปิดกว้างทุกอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดรองรับมาตรการ CBAM ของยุโรป
รวมทั้งจะประกาศเกณฑ์ค่าบริการสายส่งแก่บุคคลที่ 3 หรือ TPA Charge (Third Party Access) ซึ่งประกอบด้วย ค่าสายส่งของ กฟผ., ค่าระบบจำหน่ายของ กฟภ.และ กฟน., ค่าความมั่นคง, ค่าเชิงนโยบาย และค่าความสูญเสียในระบบ เพื่อเปิดทางให้ผู้ซื้อและผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาดจับคู่ซื้อขายพลังงานกันได้โดยตรง (Direct PPA) โดยจ่ายเพียงค่าบริการระบบสายส่ง
ทั้งนี้ ปัจจุบันต้นทุนผลิตไฟฟ้าสะอาดในประเทศถูกลงมาก เช่น อัตรารับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียน (FIT) โซลาร์อยู่ที่ 2.16 บาท และลมอยู่ที่ 3 บาท หากกำหนดค่าบริการ TPA เหมาะสมเป็นธรรมจะส่งผลให้ราคาไฟฟ้าสะอาดจากตลาดเสรีถูกกว่าไฟฟ้าจากฟอสซิล
สนพ.หนุน Smart Grid-Smart Meter
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะ Data Center ต้องการความเสถียร 24 ชั่วโมง และการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดังนั้นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย
ทั้งนี้ สนพ.เตรียมพร้อมลงทุน Smart Grid และ Smart Meter เพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลไฟฟ้าจากเดิมทางเดียวเป็นแบบ 2 ทาง เพราะอนาคตผู้ใช้ไฟฟ้าจะเป็นผู้ผลิตด้วย รวมถึงวางแผนติดตั้งแบตเตอรี่ระดับ Utility Scale เพื่อทำให้พลังงานสะอาดเสถียรเทียบเท่าโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ
ส่วนการรองรับ Data Center ได้คำนวณความต้องการเผื่อสูงถึง 8,800 เมกะวัตต์ โดยนำระบบ Wheeling Charge หรือค่าบริการผ่านสายส่งมาใช้เพื่อรองรับการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว ดังนั้น ร่าง PDP 2026 แตกต่างและซับซ้อนกว่าอดีตมาก ซึ่งต้องตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเน้นพลังงานสะอาดสัดส่วนสูงถึง 65% เพื่อให้สอดรับกับทิศทางของโลก
PDP ใหม่ปูพรมพลังงานสะอาด 65%
ภายใต้ร่างแผน PDP ฉบับใหม่ พลังงานสะอาดประกอบด้วยกลุ่มพลังงานหมุนเวียนหลัก เช่น ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และขยะเกษตร ควบคู่พลังงานลมและโซลาร์ที่ผันผวนตามสภาพอากาศ แต่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติยังจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงระบบและมีสัดส่วนอย่างน้อย 10%
สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญของร่าง PDP 2026 คือการขยับจากการพึ่งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่สู่การบริหารจัดการ พลังงานแบบกระจายตัว โดยจะตั้ง Virtual Power Plant (VPP) หรือโรงไฟฟ้าเสมือน ซึ่งรวบรวมทรัพยากรพลังงานรายย่อย เช่น โซลาร์รูฟท็อป แบตเตอรี่ และการใช้ไฟฟ้าจากยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงระบบ Demand Response
“ร่างแผน PDP ใหม่บรรจุ VPP ไว้ 14,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ไม่ต้องสร้างใหม่ แต่รวบรวมพลังงานที่กระจายมาบริหารจัดการร่วมกับเทคโนโลยีใหม่” นายวัฒนพงษ์ กล่าว
กกพ.ชูสมดุล 3 ขา “Energy Trilemma”
นายกัลย์ แสงเรือง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า กกพ.ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน โดยเน้นลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนและมุ่งเป้าหมายความยั่งยืน ซึ่งหัวใจสำคัญการกำกับดูแลยุคเปลี่ยนผ่านต้องสร้างสมดุล 3 มิติ หรือ Energy Trilemma ประกอบด้วย
1.ความยั่งยืน (Sustainability) ที่ต้องการพลังงานสะอาดมากขึ้น
2.ความมั่นคง (Security) แม้พลังงานหมุนเวียนอย่างโซลาร์หรือลมจะมีความผันผวนตามสภาพอากาศ
3.ราคาที่เหมาะสม (Equity/Affordability) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
นายกัลย์ ระบุว่า อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนจากโมเดลเดิมที่มีผู้เล่นน้อยรายสู่ยุคผู้เล่นหลากหลายและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ Prosumer ที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าพร้อมกัน
นอกจากนี้ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะทำหน้าที่ทั้งโหลดและแหล่งจ่ายพลังงานในอนาคตกลับเข้า Grid รวมถึงนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มาใช้ทั้งในระดับสาธารณูปโภคและระดับผู้ประกอบการ เพื่อบริหารจัดการต้นทุนไฟฟ้าให้สะท้อนความเป็นจริงและไม่กระทบผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดิม
ความคืบหน้า Direct PPA และค่าผ่านสาย
นายกัลย์ ให้ข้อมูลว่า Utility Green Tariff (UGT) หรือไฟเขียว กกพ.ดำเนินการแล้วทั้งรูปแบบ UGT1 และ UGT2 ส่วนประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมสนใจ Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงนั้น กกพ.เร่งดำเนินการ 2 ส่วน คือ
1.Grid Code การปรับปรุงข้อกำหนดทางเทคนิคการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับการส่งไฟฟ้าสีเขียวได้มีประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับการไฟฟ้า 3 แห่ง
2.Wheeling Charge การกำหนดอัตราค่าบริการสายส่งหรือค่าผ่านสายที่ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อไม่ให้เป็นภาระผู้ใช้ไฟฟ้าโดยรวม
ทั้งนี้ การกำกับดูแลผู้เล่นจำนวนมากยากกว่าการดูแลผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่รายจึงนำแนวคิด Smart Regulation มาใช้ โดยเน้นใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและการสื่อสารมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงการให้ความสำคัญความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
“ภายในปีนี้ Grid Code และมาตรฐานต่างๆ ต้องเสร็จเพื่อรองรับเปิดเสรีไฟฟ้าและสร้างขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศ”
TDRI ชี้ 4 องค์ประกอบ Smart Grid
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของไทยเผชิญความท้าทายจากความไม่สม่ำเสมอของพลังงานหมุนเวียนที่ขึ้นกับสภาพอากาศ และการกระจายตัวของการผลิตไฟฟ้าแต่ละพื้นที่ ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดข้อมูลเชิงพื้นที่ครบถ้วนจะส่งผลต่อความกังวลในการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า
ทั้งนี้ ในอนาคตการผลิตไฟฟ้าจะไม่พึ่งเทคโนโลยีชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่จะเป็นการผสมผสาน เช่น ใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือลมร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เพื่อสร้างความเสถียร
ดร.อารีพร ระบุว่า หัวใจสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ การพยากรณ์ปริมาณไฟฟ้าจากธรรมชาติ, การตรวจวัดปริมาณการผลิตจริง, การควบคุมระบบโครงข่ายและการสื่อสาร และการจัดเก็บพลังงาน
“แม้การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะเป็นต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ต้องพิจารณาเทียบต้นทุนการไม่ลงทุน เนื่องจากหากไม่เร่งภายใต้แรงกดดันการลดคาร์บอนทั่วโลก อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานจากการต้องนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญเป็นการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ”
เตือนต้นทุนการไม่ลงทุน Smart Grid
สำหรับประเด็นต้นทุนการลงทุนควรเป็นราคาเป็นธรรมและพิจารณารอบคอบจากแผนพัฒนาระยะยาว เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภคเกินสมควร โดยเน้นหลักการให้ผู้ได้รับประโยชน์จากระบบเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ตามผลประโยชน์ที่ได้มากน้อยต่างกันไป
นอกจากนี้ เสนอให้ภาครัฐเร่งนโยบาย Direct PPA ให้เร็วจะมีส่วนสำคัญสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมาก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก แม้ปัจจุบันไทยมีจุดแข็งความมั่นคงระบบไฟฟ้าและราคาเหมาะสมเมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีจุดอ่อนสำคัญที่สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่สูงพอ
ดร.อารีพร กล่าวว่า การปรับปรุงโครงสร้างตลาดไฟฟ้าจากระบบผู้ซื้อรายเดียวไปสู่ระบบกระจายตัวขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องให้ปลดล็อกกฎระเบียบ โดยเฉพาะการเปิดให้บุคคลที่ 3 ใช้โครงข่ายไฟฟ้า และการกำหนดค่าบริการสายส่งที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด





