กระทรวงเกษตรฯ เร่งยกระดับไทยจาก “ครัวของโลก” สู่ “เสบียงของโลก” เดินหน้าคุมเข้มนำเข้าพืชหัว ดัดหลังสินค้าเถื่อน สั่งเผาทำลายทันที ไม่มีขายทอดตลาด พร้อมชง 4 มาตรการอุ้มเกษตรกรไทย ดึงผู้ประกอบการกว้านซื้อผลผลิตในประเทศก่อน
KEY POINTS
- กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้านโยบาย "เสบียงของโลก" โดยควบคุมการนำเข้าพืชผลให้สมดุลและปราบปรามสินค้าเกษตรลักลอบนำเข้าอย่างจริงจัง
- บังคับใช้ พ.ร.บ. กักพืชอย่างเด็ดขาด สั่งทำลายสินค้าเกษตรเถื่อนที่ไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชทันทีเพื่อป้องกันโรคระบาด
- เตรียมเสนอ 4 มาตรการคุ้มครองเกษตรกรต่อ คชก. เช่น การบริหารช่วงเวลานำเข้าหอมหัวใหญ่ไม่ให้ตรงกับผลผลิตไทย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตในประเทศก่อน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่ “เสบียงของโลก” เร่งจัดสมดุลนำเข้าพืชหัว และบูรณาการปราบปรามสินค้าเกษตรลักลอบนำเข้าอย่างเด็ดขาด สั่งเผาทำลายทันทีตาม พ.ร.บ. กักพืช พร้อมชง คชก. ออก 4 มาตรการคุ้มครองราคาและสร้างเสถียรภาพรายได้เกษตรกรไทย
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดการการผลิตและการตลาดกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง ครั้งที่ 2/2569 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับประเทศไทยจาก “ครัวของโลก” สู่การเป็น “เสบียงของโลก” เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกรอบการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าตามพันธสัญญา WTO และ FTA ไทย-ภูฏาน อย่างมีสมดุลและเป็นธรรม อาทิ การปรับลดปริมาณการนำเข้ามันฝรั่งสดเพื่อแปรรูปปี 2569 ลงเหลือ 78,000 ตัน พร้อมทั้งเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้มีความคล่องตัว เชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันให้เกิดการใช้ตัวเลขความต้องการในประเทศเป็นตัวชี้เป้าในการส่งเสริมการผลิตไทยเพื่อทดแทนการนำเข้า
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำมาตรการคุ้มครองผลผลิตและราคาพืชผลของเกษตรกรไทย ที่กุมสภาพการทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างเข้มงวด ส่งผลให้สถิติการจับกุมการลักลอบนำเข้าหอมหัวใหญ่และหอมแดงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันมาตรการทางกฎหมายตาม พ.ร.บ. กักพืช อย่างเด็ดขาด โดยสินค้าเกษตรสดที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชจะถูกทำลายทิ้งทันที ไม่มีข้อยกเว้น และห้ามนำมาขายทอดตลาดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชอุบัติใหม่ที่จะเข้ามาทำลายแปลงเกษตรของไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องอาชีพและผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรในประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบและเห็นชอบในหลักการต่อข้อเสนอของภาคเกษตรกร โดยเตรียมนำ 4 มาตรการสำคัญ ทั้งการบริหารช่วงเวลานำเข้าหอมหัวใหญ่สดไม่ให้ตรงกับช่วงที่ผลผลิตไทยออกสู่ตลาด (พฤศจิกายน – มิถุนายน) การใช้มาตรการทางภาษีที่เหมาะสม และการขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทยก่อนเป็นอันดับแรก นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ในวันที่ 3 กันยายน 2569 ต่อไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ในการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจฐานราก เสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของชาติ และตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นแหล่งผลิตอาหารและเสบียงที่เข้มแข็งในระดับสากล
การขับเคลื่อนนโยบายยกระดับประเทศไทยสู่ “เสบียงของโลก” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่เด็ดขาดและรอบด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งการใช้กฎหมายควบคุมสินค้าลักลอบนำเข้าอย่างจริงจัง และการวางโครงสร้างบริหารจัดการการนำเข้าพืชผลให้สอดคล้องกับความต้องการในประเทศ การปกป้องผลผลิตของเกษตรกรไทยจากโรคร้ายและสภาวะทุ่มตลาด ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องรายได้ของเกษตรกรฐานรากเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน





