วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

บางจาก ชู 'พลังงานชีวภาพ' ดันมูลค่า GDP 2% หนุนเศรษฐกิจไทยมั่นคง

CEO กลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมเวที “New Energy for Thailand” ชูพลังงานชีวภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเทียบเท่าราว 2% ของ GDP ลดการนำเข้าน้ำมัน เสริมความมั่นคงทางพลังงาน

KEY POINTS

  • นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซีอีโอกลุ่มบางจากฯ ชี้ว่า การเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in เป็น 20% มีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้เทียบเท่าประมาณ 2% ของ GDP
  • มูลค่าทางเศรษฐกิจดังกล่าวเกิดจากการเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศประมาณ 153,000 ล้านบาท และช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้ถึง 63,000 ล้านบาท
  • เชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in สามารถใช้กับเครื่องยนต์และโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันที ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศและส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ
  • การส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย
  • กลุ่มบางจากได้พัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพมูลค่าสูงครอบคลุมทั้งทางอากาศ (SAF) ทางถนน (HVO) และทางเรือ (B24) เพื่อต่อยอดศักยภาพและวัตถุดิบในประเทศ

วันนี้ (26 ส.ค. 2569) นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน “New Energy for Thailand: เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” จัดโดยกองบรรณาธิการมติชน 

พร้อมกล่าว Special Talk หัวข้อ “นวัตกรรมสีเขียว: ทางเลือกพลังงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นำเสนอมุมมองต่อทิศทางพลังงานของประเทศไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านทรัพยากรจากการเติบโตของ AI และความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงาน (Energy Security 
& Resiliency) โดยสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพแบบ “Just-in-Time” กับความพร้อมรับความผันผวนแบบ “Just-in-Case”

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ภาคขนส่งคิดเป็น 41% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของประเทศไทย และใช้น้ำมันประมาณ 76% ของการใช้น้ำมันขั้นต้น สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคขนส่งควรมีหลายทางเลือก ทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ โดยคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงานที่มีอยู่ควบคู่กันไป

บางจาก ชู 'พลังงานชีวภาพ' ดันมูลค่า GDP 2% หนุนเศรษฐกิจไทยมั่นคง

ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบขนส่งที่มีอยู่ ผ่านการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in ซึ่งสามารถใช้กับเครื่องยนต์และระบบเชื้อเพลิงเดิมได้ โดยไม่ต้องลงทุนปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ

จากการวิเคราะห์ที่นำเสนอ การเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in เป็น 20% มีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเทียบเท่าประมาณ 2% ของ GDP จากการเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศประมาณ 153,000 ล้านบาท และลดการนำเข้าน้ำมันประมาณ 63,000 ล้านบาท พร้อมช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน

บางจาก ชู 'พลังงานชีวภาพ' ดันมูลค่า GDP 2% หนุนเศรษฐกิจไทยมั่นคง

เขายังได้กล่าวถึงแนวพระราชดำริด้านพลังงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาพลังงานทดแทนจากทรัพยากรที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง เช่น ไบโอดีเซลจากปาล์ม ซึ่งสะท้อนแนวคิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานที่เป็นประเด็นที่ท้าทายและสำคัญมาก

ในปัจจุบันกลุ่มบริษัทบางจากได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสามารถผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพตอบโจทย์การเดินทางทั้งทางอากาศ ทางรถ และทางเรือ ตั้งแต่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน HEFA-SPK SAF กำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน HVO หรือกรีนดีเซลสำหรับการขนส่งทางถนน และ B24 สำหรับภาคการเดินเรือ สะท้อนการนำศักยภาพและวัตถุดิบที่ประเทศไทยมีอยู่มาต่อยอดเป็นพลังงานมูลค่าสูง

“เชื้อเพลิงชีวภาพทุกหยดที่ผลิตในประเทศไทย ไม่ได้เพียงทดแทนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังสร้างรายได้ในประเทศ ขยายห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นฐานสำหรับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่าง SAF, HVO และผลิตภัณฑ์ชีวภาพขั้นสูง” นายชัยวัฒน์ กล่าว