“พิพัฒน์” ดันรถไฟสายใหม่ สุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี หวังเป็นโลจิสติกส์หนุนการเดินทาง และขนส่งโดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ คาดศึกษาแล้วเสร็จ ม.ค.2570
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการ และติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมโครงข่ายการคมนาคมขนส่ง
โดยมีโครงการสำคัญด้านระบบรางในพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี ระยะทาง 73.8 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟสายใต้กับโครงข่ายทางรถไฟเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเชื่อมต่อไปยังสายตะวันออกได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันยังขาดโครงข่ายทางรถไฟช่วงนี้อยู่
โครงการดังกล่าวประกอบด้วย 5 สถานี และย่านกองเก็บสินค้า 2 แห่ง ซึ่งปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือนม.ค. 2570
นายพิเชฐ กล่าวว่า ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุป รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะได้ร่วมลงพื้นที่จุดตัดทางรถไฟบริเวณทางหลวงหมายเลข 3260 อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นจุดตัดทางรถไฟบริเวณเส้นทางเลียบคลองทางเข้าวัดป่าเลไลยก์ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าการขอรับการจัดสรรงบประมาณ สำหรับดำเนินการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ
โดยปัจจุบัน รฟท. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement) ร่วมกับแขวงทางหลวงสุพรรณบุรีแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมประกวดราคา และติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ สัญญาณไฟแจ้งเตือน และเครื่องหมายจราจร บริเวณจุดตัดทางรถไฟ พร้อมทั้งปรับปรุงทางผ่านเป็นแผ่นปูทางผ่านคอนกรีตกำลังสูงสำเร็จรูป โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการก่อนเทศกาลสงกรานต์ 2570 เพื่อลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนที่สัญจรผ่านจุดตัดทางรถไฟดังกล่าว
นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า ขร. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรางควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในทุกมิติ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทาง และการขนส่งสินค้าแบบสมบูรณ์ไร้รอยต่อ (Seamless Network) โดยเฉพาะทางรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี ที่จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบรางให้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศจะช่วยสนับสนุนฐานการผลิตอุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่ากลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทั้งภายในพื้นที่ และระหว่างจังหวัด ตลอดจนเสริมความสมบูรณ์ของโครงข่ายคมนาคม อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





