วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ปณต’ ร่วมคณะนายกฯเยือนออสเตรเลีย เผย ‘เฟรเซอร์ส’ ลงทุนสะสม ‘แดนจิงโจ้’ 2 แสนล้าน

“ปณต” ร่วมคณะนายกฯเยือนออสเตรเลีย เผยเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ทุ่มลงทุนออสเตรเลียสะสม 2 แสนล้านบาท ชี้กฎระเบียบชัดเจนหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน โอกาสอสังหาฯ-คลังสินค้า โตต่อเนื่อง พร้อมลุยธุรกิจนิคมในไทยดึงทุนต่างชาติรวมทั้งนักลงทุนจากออสเตรเลีย  

KEY POINTS

  • “ปณต” ร่วมคณะนายกฯเยือนออสเตรเลีย เผยเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลงทุนในออสเตรเลียสะสมกว่า 2 แสนล้านบาท
  • ชี้กฎระเบียบชัดเจนหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในออสเตรเลีย มองโอกาสอสังหาฯ-คลังสินค้า โตต่อเนื่อง
  • พร้อมลุยธุรกิจนิคมในไทยดึงทุนต่างชาติรวมทั้งนักลงทุนจากออสเตรเลีย

การเดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17 – 19 ส.ค. มีนักธุรกิจชั้นนำของไทยหลายบริษัทเดินทางร่วมคณะและร่วมกิจกรรมกับ “ทีมไทยแลนด์” ทั้งที่เมืองซิดนีย์ และกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในนั้นคือ นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด (Frasers Property Limited) ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Group) ซึ่งมีการลงทุนสะสมในออสเตรเลียสูงถึง 2 แสนล้าน

เขาระบุว่าออสเตรเลียถือเป็นตลาดที่มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดของกลุ่ม โดยจุดแข็งที่ดึงดูดการลงทุนเนื่องจากมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในทุกประเทศ โดยกลุ่มเฟรเซอร์สเข้าไปลงทุนในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2003 ที่ผ่านมาจากการสร้างแพลตฟอร์มจากสิงคโปร์ และเริ่มต้นการลงทุนที่เน้นหนักในซิดนีย์ก่อนจะขยายธุรกิจไปยังเมลเบิร์น

นายปณต ระบุว่าในช่วงปี 2015 มีการขยายทีมงานเพิ่มขึ้นโดยใช้บุคลากรท้องถิ่นทั้งหมด พร้อมทั้งดึงบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์เพื่อสร้างเป็นแพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี แต่ในความเป็นจริงแพลตฟอร์มนี้จะอยู่คู่กับออสเตรเลียมานานถึง 100 ปีแล้ว ปัจจุบันมีโครงการต่อเนื่องกว่า 20 โครงการ พัฒนาในรูปแบบชุมชนมิกซ์ยูสผ่านการร่วมทุนกับสภาท้องถิ่นทั้งในซิดนีย์ และเมลเบิร์น ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีทั้งโรงแรมโนโวเทลที่ดาร์ลิงสแควร์ และโนโวเทลเมลเบิร์น พร้อมแผนขยายแบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัลเพิ่มเติมในอนาคต สำหรับเซกเตอร์ที่เติบโตมากที่สุดคือธุรกิจโกดังสินค้าและคลังสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งลงทุนรวมแล้วกว่า 2 ล้านตารางเมตร ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในซิดนีย์และเมลเบิร์น

สำหรับมูลค่าการลงทุนสะสมของกลุ่มในออสเตรเลียตลอด 20 ปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมมากกว่า 2 แสนล้านบาท ครอบคลุมทั้งเงินลงทุนจากตลาดหลักทรัพย์ และเงินร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นและพาร์ทเนอร์ภายนอก

เมื่อถามว่าการมาเยือนออสเตรเลียของนายกรัฐมนตรีของไทยอย่างเป็นทางการถือว่าสนับสนุนและมีส่วนช่วยเหลือนักธุรกิจไทยในออสเตรเลียอย่างไร เขาตอบว่าการที่ผู้นำของทั้งสองประเทศคือไทยและออสเตรเลียมาเจอกันในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากไม่ได้มีการพบกันของผู้นำทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการกว่า 14 ปี

ซึ่งในตอนนี้ก็มีประเด็นที่ต้องแก้ปัญหาเช่นเรื่องของแรงงาน หรือระยะเวลาสำหรับวีซ่าการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าคนไทยยังคงอยากมาทำงานที่นี่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งแรงงานคนไทยก็เป็นที่ต้องการของที่นี่เนื่องจากแรงงานไทยถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ และควรผลักดันให้ทางออสเตรเลียเปิดรับมากขึ้น ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็ระบุว่าจะนำประเด็นนี้ไปหารือกับนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียแล้ว พร้อมระบุว่าทางออสเตรเลียยังต้องการให้ไทยช่วยพิจารณาเรื่องการดึงนักลงทุนออสเตรเลียเข้าไปลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจเช่นกัน

เมื่อถามถึงสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลียในขณะนี้ นายปณต ระบุว่าเป็นอีกหนึ่งวงจรที่มีความท้าทายต่อเนื่องมาจากช่วงหลังจากโควิด-19 โดยมีความท้าทายทั้งด้านต้นทุนการก่อสร้าง และแรงงานในออสเตรเลียที่ลดลง

‘ปณต’ ร่วมคณะนายกฯเยือนออสเตรเลีย เผย ‘เฟรเซอร์ส’ ลงทุนสะสม ‘แดนจิงโจ้’ 2 แสนล้าน

“ในความท้าทายนั้นย่อมเป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ เพราะผู้ที่อยู่มาดั้งเดิมอาจกำลังประสบความลำบาก ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงมีปัญหาซัพพลายไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน แต่การปรับสมดุลให้เกิดความยั่งยืนถือเป็นเรื่องดี”

นายปณตยังเล่าถึงโครงการที่ใช้เวลาพัฒนาในระยะยาวของกลุ่มว่า ได้แก่ โครงการที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของซิดนีย์ และชายฝั่งตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ภายใต้ชื่อโครงการ The Waterfront, Shell Cove ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องถึง 26 ปี โดยเป็นการร่วมทุนกับสภาท้องถิ่นและทยอยเปิดขายเป็นเฟสตามโครงสร้างที่วางแผนไว้ ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ยังคงเน้นการมองระยะยาวผ่านโครงการพัฒนาชุมชนขนาดใหญ่ที่มีจำนวน 500 ถึง 1,000 ยูนิตต่อโครงการซึ่งสะท้อนแนวทางการลงทุนระยะยาวของกลุ่มในตลาดออสเตรเลีย

นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศนิวซีแลนด์ โดยได้เข้าไปลงทุนในโรงกลั่นสุราแบบซิงเกิลมอลต์ (Single Malt Distillery) ชื่อว่า Cardrona ทางตอนใต้ของประเทศอีกด้วย

สำหรับแผนดึงนักลงทุนต่างชาติรวมถึงนักลงทุนของออสเตรเลียเข้ามาลงทุนในไทย นายปณตกล่าวว่ากลุ่มเฟรเซอร์สปรับตัวในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาและเปิดรับที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เช่น “โครงการอารยะ” ที่บางนาซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 4,600 ไร่ แบ่งเป็น 3 เฟส และยังมีที่ดินในจังหวัดชลบุรีที่อยู่ระหว่างศึกษาการร่วมทุนกับหลายราย

ทั้งนี้นิคมการขนส่งและโลจิสติกส์ของโครงการ "อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์" ที่ก่อสร้างเสร็จและปล่อยเช่าเต็มหมดแล้ว โดยลูกค้ารายแรกคือผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดในไทยจากยุโรปอย่างอินฟินิตี้

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และกลุ่มการผลิตจากทั้งในภูมิภาคและยุโรปเข้ามาลงทุน ซึ่งยังคงมองหานักลงทุนเพิ่มเติมเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ จุดเด่นของโครงการคือทำเลใกล้เมืองและสาธารณูปโภคครบครัน