วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯ ยกระดับ THRASFF เชิงรุก คุมเข้มความปลอดภัยอาหาร

ปรับระบบเตือนภัย THRASFF คืบหน้ากว่า 90% บูรณาการฐานข้อมูลกลาง รับมือความเสี่ยงอาหารไทย ยืนยันมาตรฐานเข้มข้นระดับสากล

KEY POINTS

  • กระทรวงเกษตรฯ ยกระดับระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์ (THRASFF) เชิงรุก โดยบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง
  • การปรับปรุงระบบ THRASFF คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อให้การแจ้งเตือนและบริหารจัดการความเสี่ยงรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • ไทยร่วมมือกับอินโดนีเซียผลักดันกรอบความตกลงด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (AFSRF) เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่สากลและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์ (THRASFF) เชิงรุก ผสานพลังหน่วยงานเครือข่ายเชื่อมฐานข้อมูลกลาง ดันมาตรฐานความปลอดภัยอาหารไทยสู่ระดับสากล พร้อมจับมืออินโดนีเซียขับเคลื่อนกรอบความตกลงอาเซียน สร้างความมั่นใจผู้บริโภคทั่วโลก

เกษตรฯ ยกระดับ THRASFF เชิงรุก คุมเข้มความปลอดภัยอาหาร

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์สำหรับประเทศไทย (Thailand Rapid Alert System for Food and Feed : THRASFF) ครั้งที่ 1/2569 ว่าที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานการแจ้งเตือนภัยด้านอาหารและอาหารสัตว์ พบว่าช่วงปี 2568 ถึงมิถุนายน 2569 มีการแจ้งเตือนในระบบรวม 526 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าแจ้งเตือนจากประเทศคู่ค้าปลายทาง และสินค้าสุ่มตรวจในตลาดภายในประเทศ

 ทั้งนี้ ปัจจุบันระบบ THRASFF อยู่ระหว่างการปรับปรุงประสิทธิภาพทางเทคนิค ซึ่งมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 และมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ในการเชื่อมโยงข้อมูลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ยืนยันมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในระดับสากล

“หัวใจสำคัญของระบบ THRASFF คือการแจ้งเตือนภัยอย่างเร่งด่วน (Rapid Alert) เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานเครือข่าย ทั้งสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางให้มีความสมบูรณ์ รวดเร็ว และแม่นยำ พร้อมทั้งกำหนดให้นำรายงานผลการเฝ้าระวังเข้าสู่วาระการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยอาหารให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด”

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยอาหารในระดับสากล โดยประเทศไทยร่วมกับอินโดนีเซียจัดทำพิธีสารภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (ASEAN Food Safety Regulatory Framework Agreement: AFSRF) เพื่อยกระดับการแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์ของอาเซียน (ARASFF) ให้มีผลบังคับใช้จริงจัง พร้อมทั้งเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับอาเซียนในเดือนกันยายน 2569 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ทั้งการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกไปยังตลาดโลก