“พาณิชย์” มั่นใจเจรจาภาษีทรัมป์สัญญาณบวก หลังได้รับยกเว้นภาษีแล้ว 72% ปฏิเสธข่าวไทยแลกเงื่อนไขการทหารเพื่อแลกกับการเจรจาภาษีสหรัฐ ยึดหลักกรอบการค้า-ชูการลงทุนเอกชน
KEY POINTS
- รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินค้าไทยได้รับการยกเว้นภาษีจากสหรัฐ แล้ว 72% และมีกำหนดเดินทางไปเจรจาทางเทคนิคเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนส.ค.2569 เพื่อเจรจาให้สินค้าที่เหลืออีก 28% ได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุด
- ไทยได้ชี้แจงข้อกังวลของสหรัฐ ใน 2 ประเด็นหลักคือ ประเด็นแรงงานภาคบังคับ ซึ่งไทยกำลังร่าง พ.ร.บ. เสนอต่อรัฐสภาในปี 2570 และประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งชี้แจงว่าอุตสาหกรรมไทยไม่เข้าข่ายตามข้อกังวล
- ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีการนำเงื่อนไขด้านการทหาร ไปแลกเปลี่ยนในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ตามที่มีกระแสข่าว
- ชี้แจงว่าความร่วมมือทางการทหารเป็นกรอบความร่วมมือปกติที่มีอยู่แล้ว โดยการเจรจาการค้าจะมุ่งเน้นการรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นหลัก และใช้การลงทุนของเอกชนไทยในสหรัฐ เป็นองค์ประกอบเสริมเพื่อแสดงความจริงใจในการช่วยลดปัญหาขาดดุลการค้าของสหรัฐ
สหรัฐเดินหน้ามาตรการภาษีเพื่อตอบโต้การค้ากับคู่ค้าทั่วโลก โดยประกาศอัตราภาษีตามมาตรา 301 เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 กรณีไม่กำหนด และบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานภาคบังคับใน 60 ประเทศ และไทยถูกเก็บอัตราสูงสุด 12.5%
สำหรับมาตรการล่าสุดของสหรัฐนำมาใช้หลังศาลฎีกาสหรัฐวินิจฉัยว่าการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตามการใช้อำนาจประธานาธิบดีภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 ซึ่งครั้งนั้นสหรัฐประกาศอัตราภาษีตอบโต้ไทยที่ 36%
รวมทั้งที่ผ่านมาทีมไทยแลนด์เจรจาภาษีกับสหรัฐต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2568 และล่าสุดอยู่ในขั้นตอนเจรจากับสหรัฐเรื่องความตกลง Agreements on Reciprocal Tariff (ART) โดยมีเป้าหมายไม่ให้อัตราของไทยแตกต่างจากประเทศคู่แข่งจนเกินไป
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมความพร้อมในการเจรจา 2 ประเด็นหลัก ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐให้ความสำคัญกับไทย 2 เรื่อง คือ
1.ความคืบหน้า Human Rights Due Diligence (HRDD) หรือการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานเพื่อป้องกันการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งไทยยังไม่มีบทบัญญัติกฎหมายบังคับใช้โดยตรง
ทั้งนี้ ประเด็นแรงงานภาคบังคับตามมาตรา 301 สหรัฐต้องการให้ไทยมีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานภาคบังคับ ซึ่งไม่ใช่การกล่าวหาว่าไทยใช้แรงงานภาคบังคับ โดยแจ้งสหรัฐว่าไทยกำลังร่าง พ.ร.บ.และมีแผนเสนอต่อรัฐสภาปี 2570
2.ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ซึ่งสหรัฐติดตามผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกระยะยาว ซึ่งไทยชี้แจงสหรัฐถึงภาคอุตสาหกรรมไทยมีอัตราการใช้กำลังผลิตระดับเหมาะสม 70-90% และไม่มีอุตสาหกรรมใดต่ำกว่า 60% ตามที่ถูกกล่าวอ้าง จึงไม่เข้าข่ายตามข้อกังวลของสหรัฐ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐจะประกาศผลการไต่สวนเมื่อใด
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยได้รับยกเว้นภาษีแล้วคิดเป็น 72% ของรายการสินค้าทั้งหมดครอบคลุมสินค้าเกษตร อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ อากาศยาน อุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าอื่นๆ ถือเป็นผลสำเร็จสำคัญของการเจรจาที่ช่วยลดผลกระทบต่อภาคส่งออก
“พาณิชย์” ลุยเจรจารายการเว้นภาษีเพิ่ม
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีกำหนดการเดินทางไปเจรจาทางเทคนิคที่สหรัฐในช่วงปลายเดือนส.ค.2569 เพื่อสรุปผลให้แล้วเสร็จ โดยปัจจุบันสินค้าไทยได้รับการยกเว้นภาษีจากสหรัฐแล้วประมาณ 72% ทั้งจากมาตรการตามมาตรา 301 ล็อตแรก และมาตรา 232 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนสินค้าที่เหลืออีก 28% ที่ยังคงต้องเสียภาษีอยู่นั้น กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลรายละเอียดเพื่อใช้เจรจาเพิ่มเติมให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่ต่ำที่สุด
นอกจากนี้ ไทยยังได้ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับฝ่ายสหรัฐว่า ยอดการเกินดุลการค้าที่ไทยได้รับนั้น อย่างน้อย 30% เกิดจากการส่งออกของบริษัทสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาตั้งฐานการผลิต และลงทุนในประเทศไทยเอง
ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในสหรัฐแล้วเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยสร้างงานเป็นจำนวนมาก และอยู่ระหว่างเตรียมลงทุนเพิ่มอีกกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการพิจารณาความสัมพันธ์การค้าระหว่างกันไม่ควรมองเพียงมิติการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
ยืนยันไม่เจรจาแลกข้อตกลงทหาร
สำหรับกรณีสื่อต่างประเทศที่ระบุว่า ไทยนำเงื่อนไขด้านการทหารไปแลกเปลี่ยนในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ โดยนางศุภจียืนยันสอดคล้องกับโฆษกรัฐบาลว่า ไทยไม่มีการทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เนื่องจากความร่วมมือทางการทหารเป็นกรอบความร่วมมือปกติที่มีอยู่แล้ว การเจรจาทางการค้านั้นยึดโยงเรื่องการรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีระหว่างกันให้เกิดความสมดุลสูงสุดเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้นำกรอบความร่วมมือด้านอื่นมาเป็นองค์ประกอบเสริม เพื่อแสดงความจริงใจในการร่วมลดปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ โดยมุ่งเน้นการใช้การลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





