"ศุภจี" มอบนโยบายกระทรวงวอุตสาหกรรม เร่งเครื่องอุตสาหกรรมใหม่ S-Curve ชูอุตสาหกรรม "เชื้อเพลิงชีวภาพ-เอไอ-เซมิคอนดักเตอร์" ฟื้นดัชนี MPI ภาคอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้สินค้า วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
KEY POINTS
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (ปอช.) เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี เพื่อปรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้สอดรับกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่เปลี่ยนแปลงไป
- ที่ประชุมมีเป้าหมายเพื่อค้นหาอุตสาหกรรม S-Curve ตัวใหม่ให้กับประเทศไทย และพิจารณานโยบายเร่งด่วนในการให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand (MiT) ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะได้รับแต้มต่อ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ โดยต้องคงมาตรฐานระดับสากลและกำหนดสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ให้ชัดเจน
- สั่งการให้ทบทวนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ใหม่ โดยนำอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ เข้ามาในฐานคำนวณ เพื่อให้สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่แท้จริง
- เตรียมผลักดันการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม 5-6 ฉบับ เช่น พรบ.โรงงาน และร่าง พรบ.การจัดการกากอุตสาหกรรม เพื่อให้มีความทันสมัยและครอบคลุม
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน พร้อมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานแก่คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม โดยระบุว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการทำงานร่วมกันผ่านงบบูรณาการ ซึ่งภาพรวมมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ
ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ รอบ 4 ปี
ไฮไลต์สำคัญของการมอบนโยบายในครั้งนี้ คือการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (ปอช.) ซึ่งนางศุภจีระบุว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้มีการประชุมร่วมกันมานานถึง 4 ปี การกลับมาหารือครั้งนี้จึงเป็นการปรับจูนยุทธศาสตร์ท่ามกลางสภาพภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพื่อหาอุตสาหกรรม S-Curve ตัวใหม่ให้กับประเทศไทย
หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่ที่ประชุมพิจารณา คือการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใช้ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบภายในประเทศ (Made in Thailand: MiT) โดยจะให้แต้มต่อ ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สำหรับ 3 อุตสาหกรรมเฉพาะ ได้แก่ 1. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Industry) 2. ระบบราง (Rail Industry) และเครื่องมือแพทย์ (Medical Devices Industry)อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense) 3. อุตสาหกรรมสาธารณสุขและการแพทย์
ทั้งนี้ นางศุภจี แม้จะให้แต้มต่อกับสินค้าที่ผลิตในไทย แต่ชิ้นส่วนหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นยังคงต้องรักษามาตรฐานที่ยอมรับได้ในระดับสากล โดยสั่งการให้คณะทำงานไปเรารายละเอียดขั้นตอนการนับสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ให้ชัดเจน
เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานชีวภาพ หนุนเกษตรกร
ในด้านพลังงานและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ที่ประชุมได้หารือถึงการสนับสนุนการใช้พลังงานชีวภาพ ทั้งในฝั่งของไบโอดีเซลและเอทานอล โดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง เพื่อปรับปรุงระเบียบและภาษีสรรพสามิตให้เหมาะสม
"เป้าหมายสำคัญคือการทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง และสร้างความสมดุลในกลไกตลาด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องมั่นใจว่าพาหนะต่างๆ สามารถใช้งานพลังงานเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ" นางศุภจี กล่าว
ดันดัชนี MPI ดึงเซมิคอนดักเตอร์-ดาต้าเซ็นเตอร์ เข้าระบบ
นางศุภจี กล่าวว่า ได้สั่งการให้มีการทบทวนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization: CapU) ใหม่ เนื่องจากฐานการคำนวณเดิมที่ใช้ปี 2564 อาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพราะมีอุตสาหกรรมเก่า (Sunset) ที่หายไปจากตลาด แต่ยังมีรายชื่ออยู่ในฐานคำนวณ ขณะที่อุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตสูงยังไม่ถูกนำมารวม
ตัวอย่างที่ชัดเจนคืออุตสาหกรรม Semiconductor และ Photonic ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด จากอานิสงส์ของการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลก หากมีการปรับฐานดัชนีเป็นปี 2567 จะทำให้ภาพรวมของอัตราการใช้กำลังการผลิตของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และ AI เพิ่มเติมด้วย
ยกเครื่องกฎหมาย 6 ฉบับ คุมเข้มกากอุตสาหกรรม
ด้านการปฏิรูปกฎหมาย กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวม 5-6 ฉบับ เช่น พรบ.โรงงาน และ พรบ.อุตสาหกรรม โดยเฉพาะร่าง พรบ.การจัดการกากอุตสาหกรรม เป็นต้น ที่มีการดึงเรื่องกลับมารีวิวใหม่เพื่อความรอบคอบ โดยจะมีการตั้งกองทุนเพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้กฎหมายมีความครอบคลุมและสอดคล้องกับสถานการณ์โลกในอนาคต





