บพท. ชู "AppTech" นวัตกรรมแก้จน ปูพรมสร้างนวัตกรชุมชน 3.6 หมื่นคน ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากไทย สร้างมูลค่าเพิ่มต่อเนื่องตั้งแต่ระดับครัวเรือนถึงกลุ่มอาชีพชุมชน
KEY POINTS
- บพท. ผลักดันแนวคิด “AppTech” หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
- ได้รวบรวมเทคโนโลยีพร้อมใช้กว่า 3,500 รายการ เปรียบเสมือน "เมนูแก้จน" ให้ชุมชนเลือกใช้ตามความต้องการ พร้อมสร้าง "นวัตกรชุมชน" เพื่อนำเทคโนโลยีไปปรับใช้
- ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนยากจนไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน และสนับสนุนกลุ่มอาชีพขนาดเล็กให้มีรายได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี
- โครงการสามารถสร้างมูลค่ารายได้สุทธิเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 989 ล้านบาท จากการนำเทคโนโลยีไปใช้ใน 1,586 ชุมชนทั่วประเทศ
นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่เพียงการสร้างการเติบโต แต่คือการสร้างโอกาสให้คนในทุกพื้นที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ด้วยตนเอง ดังนั้น บพท.จึงมุ่งเน้นการเปลี่ยนงานวิจัยจากขึ้นหิ้งให้เป็น รายได้ของประชาชนผ่านกลไกการส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) หรือ “AppTech” เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ จากการทำงานร่วมกับเครือข่ายสถาบันศึกษาระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยทั่วประเทศ ในพื้นที่ทั่วประเทศสามารถรวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยกว่า 20,000 รายการ และบพท. ได้คัดกรองจนเหลือประมาณ 3,500 เทคโนโลยี ที่มีความพร้อมใช้ และมีราคาเข้าถึงได้ (ราคาอยู่ประมาณหลักหมื่นถึงแสนต้นๆ) มีสิทธิบัตร และผ่านการทดสอบจริงในพื้นที่
เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำมาสนับสนุนแนวทางเหมือนเป็นเมนูแก้จน (Technology Library) ที่เหมาะสมตามบริบทแต่ละพื้นที่เพื่อให้ชุมชนเลือกใช้ โดยเปลี่ยนผ่านจากการผลักดันเทคโนโลยีโดยนักวิจัย (Technology Push) สู่การพัฒนาตามความต้องการของชุมชน (Demand-driven Innovation) เช่น เครื่องกะเทาะเปลือกถั่ว หรือระบบโรงเห็ดอัจฉริยะ เป็นต้น
นายกิตติ กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนแนวทางนี้หัวใจหลักของการดำเนินงานคือการสร้างนวัตกรชุมชน (Local Future Workforce) เพื่อให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ที่สามารถ รับ ปรับใช้ และบำรุงรักษาเทคโนโลยีได้เอง โดยปัจจุบัน บพท.มีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรชุมชนรวม 36,000 คน (ตำบลละ 5 คน) ทั่วประเทศ ทั้งนี้การทำงานในปัจจุบันทำให้เกิดชุมชนนวัตกรรมแล้วกว่า 1,586 ชุมชน ใน 76 จังหวัด สร้างนวัตกรชุมชนไปแล้วกว่า 25,000 คน
“จากการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถสร้างมูลค่ารายได้สุทธิเพิ่มขึ้นรวมแล้วกว่า 989 ล้านบาท ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีไปใช้ต้องคำนึงถึง มิติทางสังคม โดยไม่ให้เครื่องจักรไปแย่งงานแรงงานเดิมในชุมชน แต่ต้องใช้กระบวนการทางสังคมเข้าไปร่วมออกแบบเพื่อสร้างโอกาสใหม่”นายกิตติ กล่าว
สำหรับ เป้าหมายเชิงเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนการนั้น บพท.มีเป้าหมายในการยกระดับรายได้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงผู้ประกอบการ โดยมุ่งทำให้ครัวเรือนยากจนมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มอาชีพขนาดเล็ก (MSE) มีรายได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี
นายกิตติกล่าวต่อว่าเพื่อให้เกิดความยั่งยืน บพท. ได้วางเงื่อนไข 5 ประการในการยกระดับ ได้แก่ การเข้าถึงตลาด โครงสร้างพื้นฐาน ทุน เทคโนโลยี และผู้รู้ (โค้ช) พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลครัวเรือนยากจนเข้ากับระบบสวัสดิการรัฐและกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแบบไร้รอยต่อ
"เป้าหมายของ AppTech ไม่ใช่การทำให้ทุกคนร่ำรวยที่สุด แต่คือการสร้างเศรษฐกิจที่ทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่ร่ำรวยแต่มั่นคง ไม่มั่งคั่งแต่ยั่งยืน โดยมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็นกลไกขับเคลื่อนชีวิตจริงของผู้คน" นายกิตติ กล่าว





